Nissan ถอนคันเร่ง EV: เมื่อยักษ์ใหญ่ตัดสินใจเบรกลงทุน หันกลับสู่ไฮบริดและน้ำมันเพื่อกำไรที่ยั่งยืน
Nissan ยกเลิกแผนลงทุน EV ในสหรัฐฯ และอังกฤษ ชี้ดีมานด์ชะลอตัว ต้นทุนสูง และต้องการผลกำไรที่มั่นคงกว่า พร้อมหันกลับไปเน้นรถไฮบริดและเครื่องยนต์สันดาปภายใน
ครั้งหนึ่ง ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เคยถูกมองว่าเป็นอนาคตที่สดใสของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก แต่สถานการณ์ล่าสุดกำลังบ่งชี้ถึงการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ครั้งใหญ่ โดยเฉพาะจากค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่อย่าง Nissan ที่ตัดสินใจ "ถอนคันเร่ง" การลงทุนในรถยนต์ไฟฟ้าอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ พร้อมหันกลับมาโฟกัสกับรถยนต์ไฮบริดและเครื่องยนต์สันดาปภายในที่ทำกำไรได้มั่นคงกว่า
Nissan ยกเลิกแผนลงทุน EV ในสหรัฐฯ: สัญญาณดีมานด์ชะลอตัว
จากเดิมที่ตลาด EV ในสหรัฐฯ เคยเป็นสมรภูมิแห่งอนาคต ล่าสุด Nissan ได้ประกาศยกเลิกแผนลงทุนมูลค่ากว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับการผลิตรถยนต์ EV ที่โรงงานในเมืองแคนตัน รัฐมิสซิสซิปปี การตัดสินใจครั้งนี้มาพร้อมกับสัญญาณความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าในอเมริกาที่อ่อนแรงลง ประกอบกับการสิ้นสุดมาตรการภาษีจากภาครัฐ และแรงกดดันด้านต้นทุนการผลิต ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลประกอบการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แทนที่จะเร่งเครื่อง EV ต่อไป โรงงานแห่งนี้จะปรับเปลี่ยนไปเน้นการผลิตรถยนต์ไฮบริด รถกระบะ และรถเอสยูวีแบบตัวถังแยกส่วน (Body-on-Frame) มากขึ้น รวมถึงการนำรถยนต์รุ่นยอดนิยมอย่าง Xterra กลับมาทำตลาดอีกครั้ง นี่คือการปรับกลยุทธ์เพื่อตอบสนองต่อตลาดและความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป
แรงกดดันในยุโรป: JATCO ยกเลิกแผนผลิตชุดขับเคลื่อน EV ที่อังกฤษ
สถานการณ์คล้ายคลึงกันเกิดขึ้นในยุโรป โดย Nikkei Asia รายงานว่า Nissan Motor กำลังเผชิญกับแรงกดดันในธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าในตลาดยุโรปเช่นกัน JATCO ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ Nissan ได้ยกเลิกแผนผลิตชุดขับเคลื่อนรถยนต์ไฟฟ้า (EV powertrain) ที่เมืองซันเดอร์แลนด์ ประเทศอังกฤษ แม้ว่าก่อนหน้านี้เคยประกาศแผนลงทุน 48.7 ล้านปอนด์ (ประมาณ 65 ล้านดอลลาร์) เพื่อผลิตชุดขับเคลื่อน EV ได้สูงสุดถึง 340,000 ชุดต่อปีภายในปี 2568
การยกเลิกแผนดังกล่าวเป็นผลมาจากความต้องการรถยนต์ EV ของ Nissan ในตลาดยุโรปที่ประสบภาวะชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัด ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง ต้นทุนการผลิตที่สูง และความต้องการของผู้บริโภคที่ไม่ได้เติบโตเร็วเท่ากับแผนลงทุนเดิมที่วางไว้
ภาพรวมอุตสาหกรรม: ไม่ใช่แค่ Nissan
ความเคลื่อนไหวของ Nissan เป็นเพียงภาพสะท้อนหนึ่งของเทรนด์ใหญ่ในอุตสาหกรรมยานยนต์โลกที่กำลัง "ถอนคันเร่ง" จากการผลักดัน EV แบบเต็มสปีด หลายค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น Ford, GM, Honda หรือแม้แต่ Tesla เอง ก็ได้เลื่อน ยกเลิก หรือลดขนาดโครงการรถยนต์ไฟฟ้าลง ด้วยเหตุผลที่คล้ายคลึงกัน คือความท้าทายด้านราคาและความสนใจของผู้บริโภคที่เริ่มหันไปพิจารณารถยนต์ไฮบริดมากขึ้น
แม้ผู้ผลิตรถยนต์จะยังคงมุ่งมั่นในระยะยาวกับรถยนต์ไฟฟ้า แต่กลยุทธ์ในระยะสั้นกำลังให้ความสำคัญกับผลกำไร การปรับตัวให้เข้ากับตลาด และการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันมากกว่าการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้าที่รวดเร็วเกินไป ซึ่งเป็นสิ่งที่ท้าทายอย่างยิ่งในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน
การกลับมาโฟกัสที่รถยนต์ไฮบริดและเครื่องยนต์สันดาปภายในที่ยังคงมีฐานลูกค้าและผลกำไรที่มั่นคง อาจเป็นทางเลือกที่ยืดหยุ่นกว่าในสถานการณ์ตลาดที่ผันผวนนี้