สหรัฐฯ ดันกฎหมายแบน "รถยนต์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต" จากจีน: ชนวนความมั่นคงครั้งใหม่
สหรัฐฯ ผลักดันกฎหมายแบนรถยนต์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตจากจีน พร้อมซอฟต์แวร์-ฮาร์ดแวร์ หวั่นเสี่ยงความมั่นคงและข้อมูลส่วนตัวพลเมือง
โลกยานยนต์กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยนวัตกรรม โดยเฉพาะ "รถยนต์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต" (Connected Vehicles) ที่ไม่ได้เป็นเพียงพาหนะ แต่ยังเป็นศูนย์กลางข้อมูลขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม ความก้าวหน้าเหล่านี้กลับนำมาซึ่งความท้าทายด้านความมั่นคงระดับชาติ โดยเฉพาะความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน ล่าสุด สมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐฯ ได้ร่วมกันผลักดันร่างกฎหมายเพื่อแบนรถยนต์อัจฉริยะ ซอฟต์แวร์ และฮาร์ดแวร์จากจีน ด้วยความกังวลอย่างยิ่งยวดต่อภัยคุกคามด้านความมั่นคงและการรวบรวมข้อมูลผู้ใช้งาน
ร่างกฎหมาย "Connected Vehicle Security Act" คืออะไร?
สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ส.ส. จากพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันในรัฐมิชิแกน ได้ร่วมกันนำเสนอร่างกฎหมายฉบับใหม่ที่ชื่อว่า “Connected Vehicle Security Act” โดยมี ส.ส. John Moolenaar พรรครีพับลิกัน และ ส.ส. Debbie Dingell พรรคเดโมแครต เป็นแกนนำ ร่างกฎหมายนี้มีเนื้อหาคล้ายคลึงกับฉบับที่เคยเสนอในวุฒิสภา และมีเป้าหมายที่จะเปลี่ยนมาตรการจำกัดการนำเข้ารถยนต์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตจากจีนที่เคยผลักดันโดยรัฐบาลโจ ไบเดน ให้กลายเป็นกฎหมายถาวร เพื่อป้องกันไม่ให้รถยนต์ ซอฟต์แวร์ และฮาร์ดแวร์จากจีนเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ
ทำไมสหรัฐฯ จึงกังวล? ความเสี่ยงด้านความมั่นคงและข้อมูล
ฝ่ายนิติบัญญัติของสหรัฐฯ มองว่า รถยนต์ยุคใหม่ที่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและสื่อสารระหว่างกันได้นั้น อาจกลายเป็นช่องทางสำคัญสำหรับการสอดแนมและเก็บข้อมูลของพลเมืองอเมริกัน ส.ส. Debbie Dingell เน้นย้ำว่าสหรัฐฯ ไม่ได้แข่งขันกับจีนอย่างเท่าเทียม เนื่องจากจีนให้เงินอุดหนุนผู้ผลิตภายในประเทศ แทรกแซงค่าเงิน และใช้แรงงานบังคับ นอกจากนี้ ยังกล่าวหาว่าจีนพยายามแทรกซึมและต่อสู้กับสหรัฐฯ จากภายใน ซึ่งเป็นภัยคุกคามที่ไม่อาจมองข้ามได้
- ความเสี่ยงด้านการสอดแนม: ข้อมูลตำแหน่ง, พฤติกรรมการขับขี่, ข้อมูลส่วนตัวภายในรถ อาจถูกส่งไปยังต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต
- การแทรกแซงระบบ: ความกังวลเกี่ยวกับการควบคุมระยะไกล หรือการโจมตีทางไซเบอร์ต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยสาธารณะ
- การแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม: อุตสาหกรรมยานยนต์ของสหรัฐฯ โดยเฉพาะผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า กังวลว่ารถยนต์ไฟฟ้าจีนที่ได้รับการอุดหนุนมหาศาลอาจเข้ามาบ่อนทำลายฐานอุตสาหกรรมภายในประเทศ
กำหนดเวลาและขอบเขตของกฎหมาย
ร่างกฎหมาย Connected Vehicle Security Act นี้ ไม่ได้จำกัดแค่จีนเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงประเทศอื่นๆ ที่ถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคง เช่น รัสเซีย เกาหลีเหนือ และอิหร่านด้วย โดยมีการกำหนดระยะเวลาการบังคับใช้ดังนี้:
- ซอฟต์แวร์สำหรับรถยนต์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต: จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 (ค.ศ. 2027)
- ฮาร์ดแวร์สำหรับรถยนต์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต: จะเริ่มใช้ข้อจำกัดตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2573 (ค.ศ. 2030)
ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนความกังวลที่เพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมยานยนต์ของสหรัฐฯ โดยผู้ผลิตรถยนต์ ซัพพลายเออร์ และผู้เกี่ยวข้องต่างเตือนถึงผลกระทบหากรถยนต์ไฟฟ้าจีนที่ได้รับการสนับสนุนอย่างหนักได้รับอนุญาตให้เข้าสู่ตลาดอเมริกา แม้ว่าก่อนหน้านี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกว่า 120 คนจะส่งจดหมายถึงประธานาธิบดีทรัมป์เพื่อเรียกร้องไม่ให้เปิดทางให้ผู้ผลิตรถยนต์จีนเข้ามาในสหรัฐฯ ก็ตาม
การผลักดันกฎหมายแบน "รถยนต์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต" จากจีน ของสหรัฐฯ ตอกย้ำถึงความตึงเครียดด้านเทคโนโลยีและเศรษฐกิจที่ทวีความรุนแรงขึ้นระหว่างสองมหาอำนาจโลก ไม่ใช่เพียงแค่การกีดกันทางการค้า แต่เป็นความพยายามในการปกป้องความมั่นคงของชาติและข้อมูลส่วนบุคคลของพลเมืองในยุคที่เทคโนโลยีแทรกซึมอยู่ในทุกอณูของชีวิตประจำวัน คงต้องจับตาดูว่ามาตรการเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อภูมิทัศน์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างไรต่อไป