สกัดรถ EV จากจีน: ส.ส. สหรัฐฯ ชงแบน 'รถยนต์อัจฉริยะ' หวั่นทำลายอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ
ส.ส. สหรัฐฯ เสนอกฎหมายแบนรถยนต์อัจฉริยะจากจีน หวั่นถูกล้วงข้อมูลและทำลายอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ พบกับต้นตอปัญหาและผลกระทบ
ในยุคที่เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า (EV) และรถยนต์อัจฉริยะก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว การแข่งขันในตลาดโลกก็ทวีความดุเดือดขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่างสองมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาและจีน ล่าสุด ประเด็นร้อนที่กำลังถูกจับตามองคือความพยายามของสมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐฯ ที่จะเสนอร่างกฎหมายเพื่อแบน "รถยนต์อัจฉริยะ" ที่เชื่อมต่อเครือข่าย หรือ Connected Vehicles รวมถึงซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ที่ผลิตจากจีน
ทำไม ส.ส. สหรัฐฯ ถึงกังวล?
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากประเด็นทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่ยังพัวพันกับความมั่นคงของชาติ และความกังวลเกี่ยวกับการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม
ความมั่นคงของชาติและการล้วงข้อมูล
หัวใจสำคัญของความกังวลอยู่ที่ลักษณะเฉพาะของรถยนต์อัจฉริยะที่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและเชื่อมต่อไร้สายกับอุปกรณ์อื่น ๆ ได้ ทำให้เกิดคำถามเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล ส.ส. จากทั้งสองพรรคในรัฐมิชิแกนและโอไฮโอ โดยเฉพาะ ส.ส. จอห์น มูลนาร์ พรรครีพับลิกัน และ ส.ส. เด็บบี ดิงเกลล์ พรรคเดโมแครต ได้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่ข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลสำคัญอาจถูกล้วง หรือถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์ที่ไม่พึงประสงค์โดยรัฐบาลต่างชาติ ซึ่งเคยเป็นประเด็นที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน เคยริเริ่มมาตรการควบคุมมาก่อน
ปกป้องอุตสาหกรรมยานยนต์ภายในประเทศ
อีกหนึ่งความกังวลหลักคือผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นฐานเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ ส.ส. ดิงเกลล์ ชี้ว่า "เราไม่ได้อยู่ในการแข่งขันที่เท่าเทียม ตราบใดที่จีนยังคงให้เงินอุดหนุนผู้ผลิต บิดเบือนค่าเงิน และใช้แรงงานทาส นั่นไม่ใช่ความเท่าเทียม สิ่งที่จีนพยายามทำคือการแทรกซึมเข้ามาในประเทศและต่อสู้กับเราจากภายใน" เสียงเตือนจากค่ายรถยนต์ ซัพพลายเออร์ ดีลเลอร์ และผู้ผลิตเหล็กในสหรัฐฯ ก็ดังขึ้นเรื่อย ๆ ว่า หากปล่อยให้ผู้ผลิตรถยนต์จีนที่ได้รับการอุดหนุนมหาศาลจากรัฐบาลเข้ามาทำตลาดได้ ก็อาจจะเข้ามาตัดราคาและทำลายฐานอุตสาหกรรมของสหรัฐฯ ได้อย่างง่ายดาย
ร่างกฎหมาย "Connected Vehicle Security Act" คืออะไร?
ร่างกฎหมายนี้ถูกเสนอโดย ส.ส. จอห์น มูลนาร์ และ ส.ส. เด็บบี ดิงเกลล์ จากสภาผู้แทนราษฎร และมีเนื้อหาสอดคล้องกับร่างกฎหมายจากฝั่งวุฒิสภาที่เสนอโดย ส.ว. เอลิสซา สลอตคิน และ ส.ว. เบอร์นี โมเรโน โดยมีเป้าหมายเพื่อบังคับใช้มาตรการควบคุมรถยนต์อัจฉริยะให้เป็นกฎหมายถาวร โดยมีสาระสำคัญดังนี้:
- ข้อห้ามเกี่ยวกับซอฟต์แวร์: จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2027
- ข้อจำกัดด้านฮาร์ดแวร์: จะเริ่มบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2030
- ครอบคลุมประเทศอื่น ๆ: นอกจากจีนแล้ว ร่างกฎหมายดังกล่าวยังครอบคลุมไปถึงรัสเซีย เกาหลีเหนือ และอิหร่านอีกด้วย
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการถกเถียงอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับนโยบายการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน แม้ว่าอดีตประธานาธิบดีทรัมป์จะเคยแสดงท่าทีเปิดกว้างกับการที่ค่ายรถจีนเข้ามาตั้งโรงงานในสหรัฐฯ หากยอมจ้างแรงงานชาวอเมริกัน แต่คณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องก็ได้ออกมายืนยันว่ายังไม่มีแผนที่จะยกเลิกข้อจำกัดที่มีอยู่ในปัจจุบัน
การเสนอแบนรถยนต์อัจฉริยะจากจีนในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดด้านเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงดำเนินต่อไป โดยมีเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมยานยนต์เป็นสมรภูมิสำคัญ ความพยายามของสหรัฐฯ ในการปกป้องอุตสาหกรรมและข้อมูลของชาตินี้ จะส่งผลอย่างไรต่อทิศทางของตลาดรถยนต์โลก และการพัฒนานวัตกรรมในอนาคต คงต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด