โตโยต้าเดิมพันครั้งใหญ่: บุกตลาดอีวีอเมริกาด้วย 2 รุ่นใหม่ ท่ามกลางคู่แข่งชะลอตัว
โตโยต้าเดินหน้าแผนผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 2 รุ่นในอเมริกา แม้คู่แข่งชะลอตัว ชี้โอกาสฟื้นตัวของตลาด EV จากความต้องการปลั๊กอินไฮบริดและราคาน้ำมันโลก
ท่ามกลางความผันผวนของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในสหรัฐอเมริกา และการที่ผู้ผลิตรายอื่น ๆ เริ่มชะลอแผนการผลิต โตโยต้า มอเตอร์ กลับเลือกที่จะเดินหน้าเดิมพันครั้งสำคัญ ด้วยการเตรียมส่งรถยนต์ไฟฟ้า 2 รุ่นใหม่ที่ผลิตในประเทศเข้าสู่ตลาด นี่คือกลยุทธ์ที่ท้าทายและน่าจับตา เพื่อยึดครองส่วนแบ่งในตลาด EV ที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
แผนการผลิตอีวีของโตโยต้าในอเมริกา: 7 รุ่นภายในปี 2570
ปัจจุบัน โตโยต้ามีรถยนต์ไฟฟ้าที่นำเข้าจำหน่ายในตลาดสหรัฐฯ จำนวน 4 รุ่น และมีแผนจะเพิ่มรุ่นที่ 5 ในเดือนเมษายนนี้ แต่หัวใจสำคัญของกลยุทธ์นี้คือการหันมาผลิตอีวีในประเทศ โดยมีแผนจะเริ่มผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 1 รุ่น ที่โรงงานในรัฐเคนตักกี้ในช่วงปลายปี 2567 และจะเพิ่มอีก 1 รุ่นในปี 2570 ซึ่งจะทำให้โตโยต้ามีจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าในสหรัฐฯ รวมทั้งสิ้น 7 รุ่น ถือเป็นการแสดงออกถึงความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ต่อตลาดนี้
สวนกระแสตลาด: โอกาสฟื้นตัวจากปลั๊กอินไฮบริดและราคาน้ำมัน
จากรายงานของบลูมเบิร์กเมื่อปี 2568 ความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าในสหรัฐฯ เคยลดลงอย่างหนัก หลังรัฐบาลภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยกเลิกมาตรการลดหย่อนภาษีและเงินอุดหนุน อย่างไรก็ตาม โตโยต้ากลับมองต่าง โดยคาดการณ์ว่ายอดขายอีวีจะค่อย ๆ ฟื้นตัวขึ้น เหตุผลสำคัญคือการเพิ่มขึ้นของผู้ซื้อที่สนใจรถยนต์ ปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid) ซึ่งเป็นจุดแข็งของโตโยต้ามาโดยตลอด รวมถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างอิหร่าน ทำให้ผู้คนเริ่มกลับมาพิจารณารถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น กลยุทธ์นี้สะท้อนถึงความพยายามของโตโยต้าในการเปลี่ยนความได้เปรียบในตลาดรถยนต์ไฮบริด ให้กลายเป็นฐานที่มั่นคงใน ตลาดอีวี (EV Market)
วิสัยทัศน์ของโตโยต้า กับความท้าทายของตลาด
นายมาร์ค เทมปลิน รองประธานบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของโตโยต้าในอเมริกาเหนือ เปิดเผยว่า โตโยต้ากำลังเข้าสู่ตลาดด้วยตัวเลือกรถยนต์ที่หลากหลายสำหรับลูกค้า และตั้งเป้าว่าหากบริษัทได้ส่วนแบ่งในตลาดรถยนต์โดยรวม 15% ก็ควรได้ส่วนแบ่งในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า 15% ด้วยเช่นกัน
การเดินหน้าสู่ การผลิตรถยนต์ไฟฟ้า แบบครบวงจรของโตโยต้า เกิดขึ้นในขณะที่บริษัทกำลังเผชิญกับความต้องการรถยนต์ไฮบริดที่แข็งแกร่ง และในทางกลับกัน ผู้ผลิตคู่แข่งหลายราย เช่น ฮอนด้า มอเตอร์ กลับลดขนาดหรือยกเลิกแผนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของตนไป โดยฮอนด้าเพิ่งยกเลิกแผนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าล้วน 3 รุ่นในสหรัฐฯ
แม้ว่าข้อมูลจาก Cox Automotive จะระบุว่าในไตรมาสที่ 3 ของปี 2568 ยอดขายรถยนต์ใหม่ในสหรัฐฯ พุ่งสูงสุดที่ 10.5% แต่รถยนต์ไฟฟ้ากลับมีส่วนแบ่งการตลาดเพียง 5.8% ณ สิ้นปี 2568 ซึ่งยังคงเป็นคำถามว่าความต้องการของผู้ซื้อจะแข็งแกร่งพอที่จะรองรับกลุ่มผลิตภัณฑ์รถยนต์ไฟฟ้าที่ครบวงจรของโตโยต้าหรือไม่
การตัดสินใจของโตโยต้าในการเร่งเครื่องบุกตลาด EV ในอเมริกา ถือเป็นการเดิมพันครั้งสำคัญที่น่าจับตาอย่างยิ่ง ท่ามกลางความไม่แน่นอนและแนวโน้มที่แตกต่างกันในอุตสาหกรรม โตโยต้าเลือกที่จะเชื่อมั่นในกลยุทธ์ของตนเอง และใช้จุดแข็งจากตลาดไฮบริดเป็นสะพานเชื่อมสู่โลกของรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเปลี่ยนผ่าน