ประเทศไทยผงาดผู้นำยานยนต์พลังงานใหม่ในอาเซียน: Insight เจาะลึกจากดีลอยท์
รายงานดีลอยท์เผยไทยเป็นผู้นำ NEV ในอาเซียน ด้วยผู้บริโภค 58% สนใจ EV/ไฮบริด ชี้ความท้าทายโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จต้องแก้ไข
รายงานล่าสุดจากดีลอยท์ (Deloitte) บริษัทที่ปรึกษาระดับโลก เผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า ประเทศไทยได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในตลาดที่มีความพร้อมด้านรถยนต์พลังงานใหม่ (New Energy Vehicle : NEV) สูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพอันโดดเด่นของตลาดไทยในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงสู่ยานยนต์ไฟฟ้าและไฮบริด รายงานนี้ตอกย้ำถึงความตื่นตัวของผู้บริโภคชาวไทยที่พร้อมเปิดรับเทคโนโลยี NEV เหนือกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคอย่างมีนัยสำคัญ
ความพร้อมของผู้บริโภคไทย: แรงขับเคลื่อนสำคัญ
ผลสำรวจ 2026 Global Automotive Consumer Study: Southeast Asia Perspectives โดยดีลอยท์ ซึ่งรวบรวมความคิดเห็นผู้บริโภคกว่า 6,000 คนใน 6 ประเทศอาเซียน และกว่า 1,000 คนในประเทศไทย ชี้ให้เห็นว่า ผู้บริโภคไทยถึง 58% พิจารณาซื้อรถยนต์ไฮบริดหรือรถ EV ในการซื้อรถครั้งถัดไป ซึ่งนับเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดในภูมิภาค เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของอาเซียนที่ 42.8% ตัวเลขนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นและความสนใจในเทคโนโลยี NEV ที่เติบโตอย่างรวดเร็วในกลุ่มผู้ใช้รถชาวไทย
ปัจจัยหลักที่หนุนกระแส EV ในไทย
ดีลอยท์ยังระบุถึงปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ได้แก่:
- ค่าเชื้อเพลิงที่ต่ำลง: 50% ของผู้บริโภคให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก
- ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จ: 50% มองว่าเป็นสิ่งจำเป็น
- ความเร็วในการชาร์จที่เพิ่มขึ้น: 47% ระบุว่าเป็นปัจจัยที่น่าสนใจ
- ระยะทางการขับขี่ที่ยาวขึ้น: 46% คาดหวังสมรรถนะที่ตอบโจทย์การใช้งาน
ช่องว่างโครงสร้างพื้นฐาน: ความท้าทายที่ต้องเร่งแก้ไข
แม้ความสนใจจะสูง แต่รายงานยังชี้ให้เห็นถึง ช่องว่างระหว่างความคาดหวังของผู้บริโภคกับความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน EV โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ผู้ที่สนใจซื้อรถยนต์ EV ถึง 75% คาดว่าจะสามารถชาร์จรถยนต์ที่บ้านได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว มีเพียง 36% เท่านั้นที่สามารถเข้าถึงจุดชาร์จในที่พักอาศัยได้จริง
สำหรับการชาร์จรถยนต์ EV นอกบ้าน ผู้บริโภคไทย 51% แสดงความต้องการใช้บริการสถานีบริการน้ำมันแบบดั้งเดิมที่มีเครื่องชาร์จรถ EV ซึ่งสะท้อนถึงความจำเป็นในการผสานเทคโนโลยีใหม่เข้ากับโครงสร้างพื้นฐานเดิมที่มีอยู่ และยังพบว่า 76% ของผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทยระบุว่า ค่าใช้จ่ายในการชาร์จเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกจุดชาร์จสาธารณะ ตอกย้ำถึงความสำคัญของอัตราค่าบริการที่เข้าถึงได้และเป็นธรรม
พฤติกรรมตลาดและเทคโนโลยีเชื่อมต่อ
ตลาดรถยนต์ไทยยังคงมีการแข่งขันที่ทวีความรุนแรง สะท้อนจากการเปลี่ยนแบรนด์ในระดับสูง ขณะที่ความเชื่อมั่นต่อผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการยังคงแข็งแกร่ง และการเปิดรับโมเดลการขายตรงจากผู้ผลิตยังมีจำกัด นอกจากนี้ ความต้องการเทคโนโลยียานยนต์เชื่อมต่อ (Connected Vehicles) ก็เพิ่มสูงขึ้น โดยผู้บริโภคไทยมีความกังวลเรื่องการแบ่งปันข้อมูลต่ำกว่าประเทศอื่นในภูมิภาค
ประเทศไทย: ผู้นำ NEV ในอาเซียนด้วยความท้าทาย
โดยสรุปแล้ว ประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการเป็นผู้นำการใช้รถยนต์ NEV ในภูมิภาคอาเซียน จากความสนใจของผู้บริโภคและปัจจัยตลาดที่เอื้ออำนวย อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนความตั้งใจของผู้บริโภคให้กลายเป็นการใช้งานจริงอย่างต่อเนื่อง จะขึ้นอยู่กับการลดอุปสรรคในประสบการณ์การเป็นเจ้าของ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการเข้าถึง ความสะดวก และต้นทุนของการชาร์จ ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญที่ผู้ประกอบการและภาครัฐจะต้องเร่งดำเนินการเพื่อสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าที่สมบูรณ์และยั่งยืน