ผอ.สถาบันยานยนต์ ส่งสัญญาณชัด! ค่ายรถจีนต้องพิสูจน์ตัวเอง: ไม่ใช่แค่ "ทัวร์ศูนย์เหรียญ" ในไทย
ดร.เกรียงศักดิ์ วงศ์พร้อมรัตน์ ผอ.สถาบันยานยนต์ ชี้ชัดค่ายรถจีนลงทุน EV ในไทยต้องไม่ใช่แค่ "ทัวร์ศูนย์เหรียญ" แต่ต้องถ่ายทอดเทคโนโลยีและตั้งฐาน R&D เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืนของไทย
อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ จากฐานการผลิตรถยนต์สันดาปภายในสู่ยุคของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างเต็มตัว ทว่าท่ามกลางกระแสการลงทุนมหาศาลจากค่ายรถยนต์สัญชาติจีน ดร.เกรียงศักดิ์ วงศ์พร้อมรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ ได้ออกมาส่งสัญญาณอย่างชัดเจนว่า การเข้ามาของทุนจีนจะต้องไม่ใช่แค่ "ทัวร์ศูนย์เหรียญ" แต่ต้องพิสูจน์ถึงการลงทุนที่จริงจังและการถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศไทย
ไทยก้าวสู่ศูนย์กลาง EV ระดับโลก แม้อันดับการผลิตลดลง
แม้ในปี 2568 อันดับการผลิตรถยนต์ของไทยในระดับโลกจะลดลงจากอันดับ 10 มาอยู่ที่ 11 สาเหตุหลักจากการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า 100% จำนวนมากจากจีนในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา แต่ ดร.เกรียงศักดิ์ ย้ำว่า นี่คือความสำเร็จที่ไทยได้กลายเป็นผู้เล่นสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของโลก ทั้งในส่วนของรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) และรถยนต์ไฮบริด (HEV) รัฐบาลไทยได้แสดงวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านนี้ ซึ่งถือเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยไปสู่เทคโนโลยีขั้นสูงอย่างแท้จริง นอกจากนี้ ยังมีการสนับสนุนให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์กว่า 2,400 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เคยผลิตเพื่อรถยนต์สันดาปภายใน ปรับตัวไปสู่การผลิต E-Part กว่า 9 กลุ่มหลัก อาทิ มอเตอร์ไฟฟ้าและกล่องควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ (ECU) ซึ่งคาดว่าจะมีการผลิตชิ้นส่วน EV มากขึ้นในอนาคต
ไม่ใช่แค่ฐานผลิต แต่เป็น "Sandbox" สู่ตลาดโลก
ประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงแค่ฐานการผลิต แต่ยังเป็น "Sandbox" หรือพื้นที่ทดลองอันทรงคุณค่า สำหรับผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าจีนที่ต้องการเรียนรู้และปรับตัวก่อนขยายสู่ตลาดโลก เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคและสภาพตลาดในไทยมีความแตกต่างจากจีนอย่างมีนัยสำคัญ ความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์นี้เองที่ทำให้ไทยมีอำนาจต่อรองที่แข็งแกร่งในการเจรจาต่อรองเพื่อดึงดูดการลงทุนเชิงลึกมากขึ้น หากค่ายรถจีนต้องการใช้ไทยเป็นทั้งฐานผลิตและประตูสู่ตลาดโลก ก็ต้องแลกมาด้วยการลงทุนที่จริงจัง รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการพัฒนาซัพพลายเชนในประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่แค่การเข้ามาใช้แรงงานหรือทรัพยากรเท่านั้น
จาก "มือ" สู่ "สมอง": โจทย์ใหญ่ในการสร้างฐาน R&D
ดร.เกรียงศักดิ์ เน้นย้ำว่า รัฐบาลประสบความสำเร็จในการดึงดูดการลงทุนจากจีน แต่สิ่งที่ไทยต้องการมากกว่าการเป็นเพียงโรงงานประกอบคือ การเป็นฐานวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อให้ไทยได้เป็น "สมอง" ของอุตสาหกรรม ไม่ใช่แค่ "มือ" ที่รับคำสั่ง สิ่งนี้จะช่วยลดความเสี่ยงจากการย้ายฐานการผลิตได้ง่าย และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศในระยะยาว ท่านผู้อำนวยการฯ ได้มีการพูดคุยกับแบรนด์รถยนต์จีนเพื่อเชิญชวนให้มาตั้งฐาน R&D ในไทย ซึ่งเป็นหนทางที่ค่ายรถจีนจะต้องพิสูจน์ตัวเองว่าไม่ได้เข้ามาแบบ "ทัวร์ศูนย์เหรียญ" ที่มุ่งหวังเพียงผลประโยชน์ระยะสั้น แต่คือการลงทุนที่ยั่งยืนและแบ่งปันเทคโนโลยีเพื่อการเติบโตไปด้วยกัน และรัฐบาลเองก็ต้องมีจุดกึ่งกลางที่สมดุลสำหรับทุกฝ่าย
การเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของไทยเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น แต่ก็มาพร้อมกับความท้าทายและโอกาสในการกำหนดทิศทางของประเทศ ดร.เกรียงศักดิ์ วงศ์พร้อมรัตน์ ได้ส่งข้อความที่ชัดเจนถึงค่ายรถยนต์จีนถึงความคาดหวังของไทย ที่ต้องการเห็นการลงทุนที่แท้จริง พร้อมการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยี เพื่อสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าที่แข็งแกร่งและยั่งยืนในระยะยาว และยังประโยชน์แก่ทุกฝ่ายอย่างแท้จริง