ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไทย เม.ย. 2569: ตลาด EV พุ่งแรง! Toyota ยังครองแชมป์
สรุปยอดจดทะเบียนรถยนต์ไทยเดือนเมษายน 2569 รวม 49,028 คัน! เจาะลึกตลาด EV ที่เติบโตแรง, Toyota ยังยืนหนึ่ง. วิเคราะห์ส่วนแบ่ง ICE, HEV, BEV และ PHEV.
ภาพรวมตลาดรถยนต์เมืองไทยในเดือนเมษายน 2569 ยังคงแสดงให้เห็นถึงความคึกคักและการแข่งขันที่ดุเดือด โดยมียอดจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ป้ายแดง (เฉพาะกลุ่มรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและรถกระบะ) รวมทั่วประเทศถึง 49,028 คัน ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลวัตของตลาดที่กำลังเปลี่ยนผ่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้ามามีบทบาทมากขึ้นของรถยนต์พลังงานทางเลือก
ผู้นำตลาดยังคงแข็งแกร่ง: Toyota และ Isuzu
แม้ตลาดจะมีการเปลี่ยนแปลง แต่แบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง Toyota ยังคงรักษาบัลลังก์เบอร์หนึ่งของไทยไว้อย่างเหนียวแน่น ด้วยยอดจดทะเบียนรวม 19,191 คัน โดยมีโมเดลยอดนิยมอย่าง Toyota Yaris Ativ ที่กวาดไปได้ถึง 5,430 คัน และ Toyota Yaris Cross ตามมาด้วย 2,928 คัน ซึ่งเป็นกำลังหลักในกลุ่มรถยนต์นั่งส่วนบุคคล
ขณะที่ในฝั่งตลาดรถกระบะ Isuzu D-Max ยังคงโชว์ฟอร์มแกร่งด้วยยอดจดทะเบียน 4,499 คัน ตอกย้ำความเป็นผู้นำในกลุ่มรถเพื่อการพาณิชย์และภาคการเกษตร นอกจากนี้ Honda ก็ทำผลงานได้ดีเยี่ยม โดยมียอดจดทะเบียนรวม 5,839 คัน จากรุ่นยอดนิยมอย่าง HR-V และ City Hatchback
ยุคทองของพลังงานทางเลือก: BEV และ PHEV ก้าวกระโดด!
ไฮไลต์สำคัญของเดือนเมษายน 2569 คือการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของกลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่เสียบปลั๊ก (Plug-in Electric Vehicles) โดยมียอดรวม 11,276 คัน แบ่งเป็น:
- รถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV): 9,997 คัน
- รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV): 1,279 คัน
ตัวเลขนี้บ่งชี้อย่างชัดเจนว่าผู้บริโภคชาวไทยให้การยอมรับในเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ รถยนต์ไฮบริด (HEV) ก็ยังคงเป็นที่ต้องการของตลาด ด้วยยอดจดทะเบียน 12,630 คัน ในขณะเดียวกัน ตลาดเพื่อการพาณิชย์และในต่างจังหวัดก็ยังคงมีความต้องการรถยนต์พลังงานดีเซลสูงถึง 16,754 คัน
สรุปยอดจดทะเบียนสะสม และส่วนแบ่งตลาดเชื้อเพลิง (ม.ค. – เม.ย. 2569)
สำหรับภาพรวมยอดจดทะเบียนสะสมในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม - เมษายน) อยู่ที่ 248,094 คัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงภาพรวมตลาดที่น่าสนใจ ดังนี้:
- ICE (เครื่องยนต์สันดาปภายใน – น้ำมัน): 175,962 คัน (สัดส่วน 70.93%) ยังคงเป็นกลุ่มหลักที่ขับเคลื่อนด้วยรถกระบะและรถยนต์นั่งรุ่นเริ่มต้น
- BEV (รถยนต์ไฟฟ้า 100%): 63,910 คัน (สัดส่วน 25.76%) มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญจนครองส่วนแบ่งกว่า 1 ใน 4 ของตลาดรวม โดยมีแบรนด์อย่าง BYD, JAECOO, MG, AION และ DEEPAL เป็นผู้เล่นสำคัญ
- HEV (ไฮบริด): 7,723 คัน (สัดส่วน 3.11%) ส่วนใหญ่มาจากรถยนต์ไฮบริดของค่ายญี่ปุ่น
อนาคตการแข่งขันที่เข้มข้นในตลาดรถยนต์ไทย
คาดการณ์ว่าการแข่งขันในครึ่งปีหลังของปี 2569 จะยิ่งสนุกมากขึ้น เมื่อค่ายรถยนต์จากจีนเดินหน้าทำสงครามราคาอย่างเต็มสูบ และในขณะเดียวกัน ค่ายรถญี่ปุ่นก็เตรียมงัดไม้เด็ดด้วยเทคโนโลยีไฮบริดใหม่ๆ ออกมาเพื่อป้องกันแชมป์ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคในการเลือกซื้อรถยนต์ที่ตอบโจทย์ความต้องการและงบประมาณที่หลากหลาย