10 สมาคมอุตฯยานยนต์ไทยผนึกกำลัง! ยื่น 8 มาตรการฉุกเฉิน กู้ชีพฐานผลิตสู่ยุค EV
10 สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยผนึกกำลังเสนอ 8 มาตรการฉุกเฉินต่อรัฐบาล หวังรักษาฐานผลิตและห่วงโซ่อุปทานไทยท่ามกลางวิกฤต EV สร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม.
อุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ซึ่งเป็นเสาหลักทางเศรษฐกิจของชาติ กำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งสำคัญที่สุดจากการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ด้วยวิกฤตที่อาจนำไปสู่ “หน้าผาอุตสาหกรรม” ในปี 2570 ทำให้ 10 สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนของไทยต้องผนึกกำลังครั้งประวัติศาสตร์ เพื่อยื่นข้อเสนอ 8 มาตรการฉุกเฉินต่อรัฐบาล หวังเร่งรักษาฐานการผลิตและห่วงโซ่อุปทานของไทยให้คงอยู่ต่อไป
วิกฤตยานยนต์ไทย: จุดเปลี่ยนสู่ยุค EV และความเสี่ยง “หน้าผาอุตสาหกรรม”
เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ตัวแทนจาก 10 สมาคมที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยได้ร่วมลงนามในแถลงการณ์เพื่อแสดงจุดยืนและความกังวลสูงสุดต่ออนาคตของอุตสาหกรรมนี้ สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) พร้อมด้วยอีก 9 สมาคม อาทิ สมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย (TAPMA), สมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย (THAI SUBCON), สมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไทย (THPCA), สมาคมผู้ประกอบการระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ไทย (TARA), สมาคมไทยคอมโพสิท (TCA), สมาคมอุตสาหกรรมแม่พิมพ์ไทย (TDIA), สมาคมสมองกลฝังตัวไทย (TESA), สมาคมเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานไทย (TESTA) และสมาคมอุตสาหกรรมหล่อโลหะไทย (TFA) ซึ่งรวมแล้วมีสมาชิกกว่า 1,500 ราย ได้เน้นย้ำถึงภาวะวิกฤตที่อุตสาหกรรมกำลังเผชิญ จากการที่ทั่วโลกมุ่งสู่ยานยนต์ไฟฟ้าอย่างรวดเร็ว โดยไม่มีมาตรการที่เหมาะสมมารองรับ ย่อมส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อผู้ประกอบการไทยทั้งหมด และอาจทำให้ไทยสูญเสียสถานะการเป็นฐานการผลิตยานยนต์ที่สำคัญของโลกในที่สุด
รวมพลัง 10 สมาคม: จุดยืนเพื่อรักษาอธิปไตยทางเศรษฐกิจ
การผนึกกำลังครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเรียกร้องทั่วไป แต่เป็นการยื่นข้อเสนอเชิงนโยบายเร่งด่วนที่ต้องการให้รัฐบาลตัดสินใจเลือกระหว่าง “การเป็นเพียงตลาดบริโภค EV ราคาถูก” หรือ “การคงสถานะฐานการผลิตยานยนต์ที่มั่นคงของโลก” ซึ่งสะท้อนถึงความจำเป็นในการปกป้องอธิปไตยทางเศรษฐกิจของชาติ และรักษาความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานในประเทศ โดยคณะสมาพันธ์ฯ ได้ร้องขอเข้าพบท่านนายกรัฐมนตรีโดยด่วน เพื่อชี้แจงรายละเอียดและร่วมกันหาทางออกที่เป็นรูปธรรม เพื่อให้ไทยสามารถก้าวผ่านช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ได้อย่างยั่งยืน
8 มาตรการฉุกเฉิน: แผนแม่บทกู้วิกฤต
กลุ่มสมาพันธ์ฯ ได้เสนอมาตรการฉุกเฉินครอบคลุม 8 ด้าน ซึ่งถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการประคองและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้พ้นจากภาวะวิกฤตในปัจจุบัน มาตรการเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อปกป้องผู้ประกอบการไทยอย่างเป็นรูปธรรม สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนและการผลิตในประเทศ รวมถึงส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมภายในประเทศ เพื่อให้ไทยยังคงเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์แห่งอนาคตต่อไปได้อย่างแข็งแกร่ง
ไม่ใช่การกีดกัน แต่คือการสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม
นายสุโรจน์ แสงสนิท นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) ได้กล่าวชี้แจงอย่างชัดเจนว่า ข้อเสนอเหล่านี้ “ไม่ได้มีเจตนาจะปิดกั้นรถยนต์ไฟฟ้านำเข้า ซึ่งทำให้ราคารถยนต์ไฟฟ้าสูงขึ้นโดยไม่จำเป็น หรือทำให้ผู้บริโภคเสียประโยชน์” แต่มีวัตถุประสงค์หลักคือการ “ออกแบบมาตรการที่ทำให้การแข่งขันในตลาดเป็นธรรมมากขึ้น” ระหว่างบริษัทที่ลงทุนจริง ผลิตจริง ใช้ชิ้นส่วนในประเทศ และสร้างห่วงโซ่อุปทานในไทย กับบริษัทที่เน้นเพียงการนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูปเข้ามาจำหน่าย โดยไม่ได้สร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศอย่างชัดเจน การดำเนินการนี้จึงไม่ใช่การกีดกันการค้าเสรี แต่เป็นการรักษาสมดุลและปกป้องผลประโยชน์ระยะยาวของชาติ และช่วยให้อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนไทยสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในยุค EV
การรวมตัวของ 10 สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความตระหนักและความมุ่งมั่นที่จะปกป้องอุตสาหกรรมที่เป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจประเทศ ข้อเสนอ 8 มาตรการฉุกเฉินจึงเป็นเสียงสะท้อนถึงความเร่งด่วนที่รัฐบาลจะต้องเข้ามามีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทาง และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของฐานการผลิตยานยนต์ไทยในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว