ยานยนต์ไทยปี 2569: TAIA ชี้ตลาดทรงตัว! วอนรัฐเร่งมาตรการกระตุ้นก่อนวิกฤต
TAIA ชี้ตลาดรถยนต์ไทยปี 2569 ทรงตัว คาดการณ์ผลิต 1.5 ล้านคัน เผยปัจจัยท้าทายจากสงคราม หนี้ครัวเรือน และมาตรการรัฐ พร้อมยื่นข้อเสนอเร่งด่วน
ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและสถานการณ์โลกที่ผันผวน อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เมื่อเร็วๆ นี้ สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (TAIA) ได้ร่วมกับสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (TAJA) จัดกิจกรรม “เจาะลึกอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย” เพื่อนำเสนอภาพรวมและแนวโน้มตลาดในปี พ.ศ. 2569 พร้อมทั้งยื่นข้อเสนอสำคัญถึงภาครัฐเพื่อประคับประคองและผลักดันอุตสาหกรรมนี้ให้ก้าวผ่านความท้าทายไปได้
ภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยปี 2569: คาดการณ์และการเติบโตที่เปราะบาง
นายสุวัชร์ ศุภกาญจน์เดชากุล นายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เผยว่า ในปี พ.ศ. 2569 คาดการณ์การผลิตรถยนต์โดยรวมของไทยอยู่ที่ 1.5 ล้านคัน เติบโตขึ้นจากปีที่ผ่านมาประมาณ 3.4% โดยแบ่งเป็นการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 550,000 คัน และผลิตเพื่อส่งออก 950,000 คัน
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ยังคงต้องพึ่งพาการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ และสำหรับตลาดรถจักรยานยนต์นั้น คาดการณ์ยอดผลิตอยู่ที่ 2 ล้านคัน ซึ่งลดลงจากปีที่ผ่านมาประมาณ 4.76% สะท้อนให้เห็นถึงภาพรวมของตลาดที่ยังคงทรงตัวและมีแนวโน้มชะลอตัวในบางส่วน
ปัจจัยท้าทาย: เมื่อเศรษฐกิจโลกและในประเทศรุมเร้า
TAIA ชี้ให้เห็นถึงปัจจัยสำคัญหลายประการที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในปี 2569:
- ผลกระทบจากสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลาง: สร้างผลกระทบทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยทำให้ขาดแคลนพลังงาน ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น และนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น
- หนี้ครัวเรือนและความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ: ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้นในประเทศ ทำให้ธนาคารพาณิชย์มีความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อ ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์ในประเทศไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
- มาตรการภาครัฐใหม่ๆ: ทั้งมาตรฐานประสิทธิภาพพลังงานเชื้อเพลิงในยานยนต์ใหม่ (NVES) และโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่สำหรับยานยนต์ ซึ่งอาจสร้างภาระในการปรับตัวให้กับผู้ผลิต
TAIA ยื่นข้อเสนอเร่งด่วนถึงรัฐบาล: ทางออกเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน
เพื่อบรรเทาผลกระทบและกระตุ้นตลาด TAIA ได้รวบรวมข้อมูลและเสนอมาตรการต่อภาครัฐ (กระทรวงพาณิชย์) ดังนี้:
- มาตรการส่งเสริมและกระตุ้นตลาดรถยนต์ภายในประเทศ: เพื่อทดแทนปริมาณรถยนต์ที่ไม่สามารถส่งออกไปยังตะวันออกกลางได้
- มาตรการเยียวยาผู้ผลิตรถยนต์และชิ้นส่วน: สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะสงคราม
- รักษาตลาดส่งออกรถยนต์สำคัญ: โดยเฉพาะภูมิภาคออสเตรเลียและโอเชียเนีย
- เจรจาเพื่อชะลอหรือผ่อนผันการบังคับใช้มาตรการ NVES: เพื่อให้ผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศไทยมีเวลาในการปรับตัว
สมาคมฯ คาดหวังว่ามาตรการเหล่านี้จะสามารถกระตุ้นตลาดรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในปีนี้และปีต่อๆ ไป ให้ฟื้นตัวไปสู่ระดับปกติและดียิ่งขึ้นต่อไปได้
มุ่งมั่นเพื่อความปลอดภัย: TAIA-AIC Traffic Safety Awards
นอกจากประเด็นทางเศรษฐกิจแล้ว ภายในงานยังมีการมอบรางวัล “TAIA-AIC Traffic Safety Awards 2025” ให้แก่บริษัทผู้ผลิตยานยนต์จำนวน 12 บริษัท เพื่อยกย่องและส่งเสริมการดำเนินมาตรการด้านความปลอดภัยทางถนนอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของอุตสาหกรรมในการพัฒนาควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคม
โดยสรุปแล้ว อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในปี 2569 ยังคงเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน การร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการผลักดันมาตรการกระตุ้นและเยียวยาตลาด จะเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ภาคส่วนนี้ก้าวเดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน.