10 สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ยื่นข้อเสนอฉุกเฉินต่อรัฐบาล: กอบกู้ฐานการผลิตท่ามกลางวิกฤต EV
10 สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยผนึกกำลังยื่นข้อเสนอเร่งด่วนต่อรัฐบาล เพื่อกอบกู้ฐานการผลิตรถยนต์จากวิกฤต EV และการนำเข้า CBU ชี้ปัญหาภาษีและอนาคตปี 2570
ในสถานการณ์ที่อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) พร้อมด้วยอีก 9 สมาคมชั้นนำที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนของไทย ซึ่งมีสมาชิกรวมกันกว่า 1,500 ราย ได้ผนึกกำลังร่วมกันยื่นข้อเสนอเชิงนโยบายเร่งด่วนต่อรัฐบาล เพื่อเป้าหมายสูงสุดคือการรักษาเสถียรภาพและสถานะของอุตสาหกรรมนี้ ซึ่งเป็นเสาหลักทางเศรษฐกิจของชาติไทยให้คงอยู่ต่อไปอย่างมั่นคง
วิกฤตที่ไม่อาจมองข้าม: อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกับความท้าทายจาก EV
นายสมพล ธนาดำรงศักดิ์ นายกสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย (TAPMA) และตัวแทนจากสมาคมอื่นๆ ได้ร่วมกันชี้แจงถึงภาวะวิกฤตสูงสุดที่อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังเผชิญอยู่ เนื่องจากการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงในหลายมิติ:
- 1. การสูญเสียฐานการผลิต: ค่ายรถยนต์หลายรายเริ่มปรับกลยุทธ์โดยหันไปนำเข้ารถยนต์ EV สำเร็จรูป (CBU) จากประเทศจีน โดยใช้สิทธิประโยชน์ภาษี 0% แทนที่จะลงทุนผลิตในประเทศไทย ซึ่งเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อศักยภาพการผลิตภายในประเทศ
- 2. วิกฤตผู้ผลิตชิ้นส่วนไทย: ผู้ประกอบการไทยในห่วงโซ่อุปทานกำลังเผชิญกับการสูญเสียคำสั่งซื้ออย่างรุนแรง หากสถานการณ์ยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป อาจนำไปสู่การล่มสลายของห่วงโซ่อุปทานชิ้นส่วนยานยนต์ของไทยได้
- 3. หน้าผาอุตสาหกรรมปี 2570: เมื่อมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า EV3.5 สิ้นสุดลงในปี 2570 จะไม่มีภาระผูกพันในการผลิตชดเชยในประเทศและไม่มีเงินอุดหนุนจากภาครัฐ ทำให้มีความเป็นไปได้สูงที่ค่ายรถยนต์จะเลือกนำเข้ารถยนต์ EV จากจีนด้วยอัตราภาษี 0% แทนการลงทุนผลิตในประเทศอย่างถาวร
รัฐบาลต้องเลือก: ตลาดบริโภคหรือฐานการผลิต?
จากสถานการณ์วิกฤตดังกล่าว ทั้ง 10 สมาคมฯ จึงได้เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งรัดออกมาตรการที่เป็นรูปธรรมเพื่อปกป้องผู้ประกอบการไทย และรักษาอธิปไตยทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยเน้นย้ำว่ารัฐบาลจำเป็นต้องตัดสินใจเลือกระหว่างการเป็นเพียงตลาดบริโภคยานยนต์ EV ราคาถูก หรือการคงสถานะฐานการผลิตยานยนต์ที่มั่นคงของโลก ทั้งนี้ กลุ่มสมาคมฯ ขอเข้าพบท่านนายกรัฐมนตรีโดยเร่งด่วนที่สุดเพื่อชี้แจงรายละเอียดและร่วมกันหาทางออก
8 ยุทธศาสตร์สำคัญ: ข้อเสนอฉุกเฉินเพื่อกอบกู้สถานการณ์
กลุ่มสมาพันธ์ฯ ได้นำเสนอมาตรการฉุกเฉินที่ครอบคลุม 8 ด้าน โดยมีข้อเสนอเด่นๆ ดังนี้:
- 1. ปฏิรูปภาษีสรรพสามิต: สร้างส่วนต่างภาษีที่ชัดเจนระหว่างรถนำเข้าและรถที่ผลิตในประเทศไทย พร้อมนำระบบ “ลงทุนจริงแลกโควตานำเข้า” มาใช้ โดยกำหนดให้มีส่วนต่างภาษีสรรพสามิตระหว่างรถผลิตในประเทศและรถนำเข้า (CBU) ที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อเป็นแรงจูงใจให้เกิดการลงทุนผลิตภายในประเทศมากขึ้น (ปัจจุบันส่วนต่างภาษีมีเพียง 8% ซึ่งไม่เพียงพอ) นอกจากนี้ ยังเสนอให้ภาครัฐพิจารณาระบบโควตาที่เชื่อมโยงกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เช่น สถานีชาร์จสาธารณะ ศูนย์วิจัยและพัฒนา หรือศูนย์รีไซเคิลแบตเตอรี่ เพื่อแลกกับโควตานำเข้าด้วยภาษีอัตราต่ำ
- 2. การปรับปรุงระเบียบเขตปลอดอากร และยกระดับเกณฑ์สัดส่วนมูลค่าเพิ่มในประเทศ (Local Content): เพื่อส่งเสริมการใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศให้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับผู้ประกอบการชิ้นส่วนของไทย
ข้อเสนอเหล่านี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของภาคเอกชนในการทำงานร่วมกับภาครัฐ เพื่อให้ประเทศไทยยังคงเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ที่สำคัญของโลกในยุคแห่งการเปลี่ยนผ่าน
การเคลื่อนไหวของ 10 สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในครั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณเตือนภัยที่สำคัญ และเป็นโอกาสทองที่รัฐบาลจะแสดงวิสัยทัศน์ในการกอบกู้อุตสาหกรรมที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจไทยมาอย่างยาวนาน อนาคตของฐานการผลิตยานยนต์ไทยขึ้นอยู่กับการตัดสินใจเชิงนโยบายที่เด็ดขาดและทันท่วงที