สงครามปะทุ! ส่งออกรถยนต์ไทยดิ่งเหว 91.76% ตะวันออกกลางชะงัก ต่ำสุดรอบ 5 ปี
เจาะลึกผลกระทบสงครามตะวันออกกลางต่อยอดส่งออกรถยนต์ไทยที่ลดฮวบ 91.76% ต่ำสุดรอบ 5 ปี พร้อมภาพรวมการผลิตและการคาดการณ์อนาคตอุตสาหกรรมยานยนต์
สงครามความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้นได้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่อุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดส่งออกสำคัญอย่างตะวันออกกลางที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่น่าตกใจอย่างยิ่ง เมื่อยอดส่งออกรถยนต์ลดลงอย่างฮวบฮาบถึงกว่า 90% กลายเป็นสถิติที่ต่ำที่สุดในรอบ 5 ปี
ยอดส่งออกรถยนต์ไทยร่วงหนัก: ผลกระทบจากสงครามและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ
นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าเป็นห่วงเกี่ยวกับยอดการส่งออกรถยนต์ของไทยไปยังตลาดตะวันออกกลางในเดือนเมษายน 2569
- ตัวเลขที่น่าตกใจ: ประเทศไทยสามารถส่งออกรถยนต์ไปยังตะวันออกกลางได้เพียง 993 คัน ลดลงอย่างมหาศาลถึง 11,053 คัน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
- ลดลง 91.76%: การลดลงนี้คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 91.76% ซึ่งถือเป็นสถิติที่ต่ำที่สุดในรอบ 5 ปี
- สาเหตุหลัก: ผลกระทบโดยตรงมาจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน นำไปสู่การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือขนส่งสินค้าที่สำคัญ ทำให้ไม่สามารถส่งออกรถยนต์ได้อย่างสะดวกและปลอดภัย
นอกจากตลาดตะวันออกกลางแล้ว ยอดส่งออกโดยรวมไปยังตลาดยุโรป อเมริกากลาง และอเมริกาใต้ก็มีการลดลงเช่นกัน สะท้อนถึงภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีความไม่แน่นอนสูงจากความขัดแย้งระหว่างประเทศและสงครามการค้า
ภาพรวมการผลิตและจำหน่ายรถยนต์ไทย เมษายน 2569
แม้ว่ายอดส่งออกไปตะวันออกกลางจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง แต่ภาพรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในเดือนเมษายน 2569 ก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน โดยพบว่า
- ยอดผลิตรวม: รถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนเมษายน 2569 มีจำนวน 103,794 คัน ลดลง 22.20% จากเดือนมีนาคม 2569 และลดลง 0.44% จากเดือนเมษายนปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการผลิตเพื่อขายในประเทศที่ลดลง 1.70%
- การผลิตรถยนต์นั่ง: ทั้งเครื่องยนต์สันดาปภายในและรถยนต์ไฟฟ้ารวมกันลดลง 16.77% จากปีก่อน
- สาเหตุยอดขายในประเทศลด: ส่วนหนึ่งมาจากความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่เติบโตในอัตราต่ำ ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมไม่สดใส การลงทุนและการจ้างงานยังน่ากังวล ส่งผลให้อำนาจซื้อของประชาชนอ่อนแอ
สถานการณ์สะสม ม.ค.-เม.ย. 2569 และเป้าหมายปี 2569
สำหรับสถานการณ์การผลิตรถยนต์สะสมในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 (ม.ค.-เม.ย.) มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 473,545 คัน ซึ่งเพิ่มขึ้น 4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นการผลิตเพื่อส่งออก 67,262 คัน (เพิ่มขึ้น 0.26%) และผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 36,532 คัน (ลดลง 1.70%)
นายสุรพงษ์ยังเน้นย้ำว่า หากสงครามในตะวันออกกลางยืดเยื้อนานกว่าสามเดือน อาจส่งผลกระทบต่อการผลิตรถกระบะเพื่อส่งออก ทำให้การผลิตโดยรวมไม่ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดย ส.อ.ท. ยังคงต้องติดตามสถานการณ์สงครามอย่างใกล้ชิดในเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน เพื่อประกอบการทบทวนประมาณการยอดผลิตรถยนต์รวมทั้งปี 2569 ให้มีความชัดเจนอีกครั้ง ซึ่งขณะนี้ยังคงเป้าหมายไว้ที่ 1.5 ล้านคัน แบ่งเป็นยอดผลิตเพื่อส่งออก 9.5 แสนคัน และยอดผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 5.5 แสนคัน
อนาคตอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยท่ามกลางความท้าทาย
สถานการณ์ปัจจุบันเป็นเครื่องย้ำเตือนถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจโลกและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากความขัดแย้งระหว่างประเทศ อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ จำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนเหล่านี้อย่างรอบคอบ ไม่ว่าจะเป็นการกระจายความเสี่ยงตลาดส่งออก การปรับกลยุทธ์การผลิตและจำหน่าย หรือการเร่งพัฒนาศักยภาพเพื่อรักษาเสถียรภาพและศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว ท่ามกลางวิกฤตที่อาจกลายเป็นโอกาสสำหรับผู้ที่ปรับตัวได้ดีกว่า