วิกฤตฮอร์มุซฉุดส่งออกรถยนต์ไทยร่วง 15.96% แต่ตลาดในประเทศพุ่งทะยานด้วย EV-ไฮบริด
ส.อ.ท. เผยส่งออกรถยนต์ไทยร่วง 15.96% หลังวิกฤตฮอร์มุซ แต่ตลาดในประเทศกลับพุ่งแรงจากยอดขาย EV-ไฮบริด และงานมอเตอร์โชว์ คาดอนาคตยานยนต์ไฟฟ้าเติบโตต่อเนื่อง
อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยยังคงต้องเผชิญกับคลื่นลมแห่งความท้าทายจากสถานการณ์โลก แต่ในขณะเดียวกันก็มีแสงสว่างฉายชัดจากตลาดในประเทศ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้เปิดเผยถึงภาพรวมของอุตสาหกรรมรถยนต์ในเดือนมีนาคม 2569 ที่แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนนี้ แม้การส่งออกไปยังตะวันออกกลางจะได้รับผลกระทบจากวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซอย่างหนัก แต่ตลาดภายในกลับเติบโตอย่างน่าจับตา โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และไฮบริด (HEV) ที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนโฉมภูมิทัศน์ของตลาดรถยนต์ไทย
วิกฤตฮอร์มุซ: ปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อการส่งออก
สุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ส.อ.ท. เปิดเผยว่า ยอดผลิตรถยนต์โดยรวมในเดือนมีนาคม 2569 เพิ่มขึ้น 2.69% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นจำนวน 133,413 คัน และยอดผลิตรวมในช่วงสามเดือนแรกของปีนี้ (มกราคม-มีนาคม 2569) สูงถึง 369,751 คัน เพิ่มขึ้น 5.32% สะท้อนถึงศักยภาพการผลิตที่ยังคงเติบโต อย่างไรก็ตาม ความท้าทายหลักอยู่ที่ภาคการส่งออก
- การส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป: เดือนมีนาคม 2569 อยู่ที่ 80,394 คัน ลดลงเล็กน้อย 0.64% เมื่อเทียบกับปีก่อน
- ผลกระทบจากฮอร์มุซ: วิกฤตการปิดช่องแคบฮอร์มุซส่งผลกระทบโดยตรง ทำให้การส่งออกรถยนต์ไปยังภูมิภาคตะวันออกกลางลดลงถึง 15.96%
- การชดเชยตลาด: แม้จะมีการลดลงในบางตลาด แต่ประเทศไทยยังคงสามารถเพิ่มการส่งออกไปยังตลาดสำคัญอื่นๆ เช่น ออสเตรเลีย แอฟริกา ยุโรป อเมริกากลางและอเมริกาใต้ ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบโดยรวมจากการส่งออกที่ชะลอตัว
ตลาดในประเทศ: EV-ไฮบริด จุดพลุการเติบโต
ในขณะที่ภาคการส่งออกเผชิญความผันผวน ตลาดรถยนต์ในประเทศกลับมีสัญญาณบวกอย่างชัดเจน โดยมียอดขายรถยนต์ในเดือนมีนาคม 2569 อยู่ที่ 59,865 คัน เพิ่มขึ้น 7.29% และยอดขายรวมสามเดือนแรกของปีนี้พุ่งสูงถึง 182,083 คัน เพิ่มขึ้นถึง 18.86%
กระแสยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และไฮบริด (HEV) มาแรง
ปรากฏการณ์ที่น่าสนใจคือยอดจดทะเบียนรถยนต์พลังงานทางเลือกที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด:
- ไฮบริด (HEV): มียอดจดทะเบียนสูงถึง 16,111 คัน คิดเป็นสัดส่วน 31.57% ของยอดจดทะเบียนรถยนต์ทั้งหมดในเดือนมีนาคม 2569
- รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV): มียอดจดทะเบียน 10,075 คัน คิดเป็นสัดส่วน 19.74% ซึ่งสูงกว่ายอดจดทะเบียนรถยนต์ประเภทน้ำมันเบนซินเล็กน้อย ที่มี 10,025 คัน (19.64%)
ปัจจัยสำคัญที่หนุนให้ยานยนต์ไฟฟ้าและไฮบริดได้รับความนิยมอย่างสูง ได้แก่:
- งานมอเตอร์โชว์: ยอดจองรถยนต์ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ปลายเดือนมีนาคมกว่า 100,000 คัน โดยกว่า 50% เป็นยอดจองรถยนต์ไฟฟ้า
- ความกังวลเรื่องสถานีชาร์จลดลง: ผู้บริโภคมีความมั่นใจในโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับ EV มากขึ้น
- ราคาที่แข่งขันได้: รถยนต์ EV หลายรุ่นหลายแบรนด์มีราคาถูกกว่ารถสันดาปภายใน ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ
ความท้าทายของรถกระบะและภาพรวมเศรษฐกิจ
แม้ตลาดรวมจะฟื้นตัว แต่รถกระบะยังคงเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ โดยยอดขายรถกระบะในเดือนมีนาคมลดลง 6.36% ซึ่งเป็นผลมาจากการที่สถาบันการเงินเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ เนื่องจากภาพรวมภาวะเศรษฐกิจของประเทศที่ยังเติบโตในอัตราต่ำ ทำให้รายได้ของผู้ซื้ออาจไม่สามารถชำระค่างวดได้ครบถ้วน ส่งผลให้ยอดผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศเดือนมีนาคม 2569 ลดลง 4.15%
สรุปได้ว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังอยู่ในช่วงการปรับตัวครั้งสำคัญ โดยต้องบริหารจัดการกับความท้าทายจากสถานการณ์โลกในภาคการส่งออก ขณะเดียวกันก็ต้องเร่งคว้าโอกาสจากกระแสความนิยมในยานยนต์ไฟฟ้าและไฮบริดที่กำลังเติบโตอย่างแข็งแกร่งในตลาดภายในประเทศ ซึ่งบ่งชี้ถึงทิศทางที่ชัดเจนว่าอนาคตของยานยนต์ไทยจะก้าวเข้าสู่ยุคพลังงานทางเลือกอย่างเต็มตัว