10 สมาคมยานยนต์ไทย ผนึกกำลังต้าน EV จีนศูนย์เหรียญ หวั่นฐานผลิตพังปี 2570
10 สมาคมยานยนต์ไทยยื่น 8 มาตรการเร่งด่วนต่อรัฐบาล เพื่อปกป้องฐานการผลิตรถยนต์จากรถ EV จีนนำเข้าที่ภาษี 0% หวั่นอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยล่มสลายในปี 2570 หากไม่มีมาตรการที่เหมาะสม
อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตครั้งสำคัญ เมื่อ 10 สมาคมยานยนต์ไทย ได้รวมตัวกันออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งออกมาตรการปกป้องฐานการผลิตยานยนต์ของประเทศจากกระแสรถยนต์ไฟฟ้า (EV) นำเข้าสำเร็จรูปจากจีนที่ได้รับสิทธิประโยชน์ภาษี 0% หรือที่เรียกว่า "รถ EV จีนศูนย์เหรียญ" ความกังวลหลักคือการล่มสลายของฐานการผลิตและซัพพลายเชนยานยนต์ไทยภายในปี พ.ศ. 2570 หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายอย่างเร่งด่วน
วิกฤต "หน้าผาอุตสาหกรรม" ปี 2570
กลุ่มสมาคมฯ ชี้ให้เห็นว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังอยู่ในภาวะวิกฤตสูงสุดจากการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค EV การที่ค่ายรถยนต์จำนวนมากเลือกนำเข้ารถ EV สำเร็จรูป (CBU) จากประเทศจีน โดยอาศัยสิทธิประโยชน์ภาษีนำเข้า 0% แทนที่จะลงทุนผลิตในประเทศไทย กำลังกัดเซาะรากฐานการผลิตที่ไทยสั่งสมมานานให้สั่นคลอน ปัญหาจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นในปี พ.ศ. 2570 ซึ่งเป็นปีที่มาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า EV 3.5 จะสิ้นสุดลง
- การสูญเสียฐานการผลิต: เมื่อ EV 3.5 หมดอายุลง จะไม่มีข้อผูกพันเรื่องการผลิตชดเชยในประเทศและไม่มีเงินอุดหนุนจากภาครัฐ ทำให้ค่ายรถยนต์มีแนวโน้มที่จะเลือกนำเข้ารถยนต์จากจีนด้วยอัตราภาษี 0% อย่างเต็มรูปแบบ แทนการลงทุนผลิตในไทย
- วิกฤตผู้ผลิตชิ้นส่วนไทย: การนำเข้า CBU EV ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทยสูญเสียคำสั่งซื้ออย่างรุนแรง และกำลังเสี่ยงต่อการล่มสลายของห่วงโซ่อุปทานทั้งระบบ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์
ข้อเสนอ 8 มาตรการฉุกเฉิน: สร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม
กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยไม่ได้มีเจตนาที่จะปิดกั้นการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า หรือทำให้ผู้บริโภคเสียประโยชน์แต่อย่างใด แต่ต้องการให้ภาครัฐออกแบบมาตรการที่สร้าง "การแข่งขันที่เป็นธรรม" ระหว่างบริษัทที่ลงทุนจริง ผลิตจริง ใช้ชิ้นส่วนในประเทศ และสร้างงานสร้างรายได้ในไทย กับบริษัทที่เน้นการนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูปเข้ามาจำหน่าย โดยไม่ได้สร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศอย่างชัดเจน
โดยในวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา นายสุโรจน์ แสงสนิท จากสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) ในนามของ 10 สมาคม ได้ยื่นข้อเสนอ 8 มาตรการฉุกเฉิน ต่อรัฐบาล โดยมีประเด็นสำคัญที่ต้องการผลักดันคือ:
- ปฏิรูปภาษีสรรพสามิต: เสนอให้สร้างส่วนต่างภาษีที่ชัดเจนและมีนัยสำคัญระหว่างรถนำเข้ากับรถที่ผลิตในไทย เพื่อจูงใจให้เกิดการลงทุนผลิตในประเทศ (เดิมส่วนต่างเพียง 8% ซึ่งไม่เพียงพอ) พร้อมเสนอให้ใช้ระบบ "ลงทุนจริงแลกโควตานำเข้า"
- ส่งเสริม Local Content: สนับสนุนการใช้ชิ้นส่วนในประเทศและการถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับผู้ผลิตชิ้นส่วนไทย
ข้อเสนอเหล่านี้เน้นย้ำว่าไม่ใช่การกีดกันการค้าเสรี แต่เป็นการรักษาสมดุลและ ปกป้องอธิปไตยทางเศรษฐกิจของชาติ เพื่อให้ไทยยังคงสถานะเป็นฐานการผลิตยานยนต์ที่สำคัญของโลก ไม่ใช่เพียงแค่ตลาดบริโภค EV ราคาถูก
ทางแยกที่สำคัญของประเทศไทย
10 สมาคมยานยนต์ไทยได้เรียกร้องให้รัฐบาลตัดสินใจอย่างเร่งด่วน ว่าจะเลือกเป็นเพียงตลาดบริโภค EV ราคาถูก หรือจะยังคงสถานะ "ฐานการผลิตยานยนต์ที่มั่นคงของโลก" ที่สร้างงาน สร้างรายได้ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศมาอย่างยาวนาน กลุ่มสมาคมฯ พร้อมเข้าพบนายกรัฐมนตรีเพื่อชี้แจงรายละเอียดและหารือทางออกร่วมกันอย่างเร่งด่วนที่สุด นี่คือช่วงเวลาสำคัญที่ประเทศไทยจะต้องตัดสินใจเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของอุตสาหกรรมยานยนต์และเศรษฐกิจไทยโดยรวม