วิกฤตยานยนต์ไทย: 10 สมาคมรวมพลังร้องรัฐบาล หลัง "ทัพรถจีน" บี้หนัก!
10 สมาคมยานยนต์ไทยยื่น 8 มาตรการฉุกเฉินเรียกร้องรัฐช่วย หลังรถ EV จีนทะลัก 0% ภาษี เสี่ยงกระทบฐานผลิตและห่วงโซ่อุปทานประเทศ
อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเผชิญทางแยกสำคัญ หลัง 10 สมาคมผนึกกำลังยื่นข้อเรียกร้องฉุกเฉินต่อรัฐบาล ท่ามกลางการรุกคืบของรถยนต์ไฟฟ้าจากจีน ที่กำลังสั่นคลอนรากฐานการผลิตและห่วงโซ่อุปทานของประเทศ
สถานการณ์ปัจจุบันของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังเข้าสู่จุดวิกฤต ไม่ใช่แค่เพียงการแข่งขันในตลาด แต่เป็นการต่อสู้เพื่อรักษาฐานการผลิตระดับโลกที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน ล่าสุด 10 สมาคมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ของไทย ได้ออกมาเคลื่อนไหวร่วมกัน โดยยื่นแถลงการณ์พร้อมข้อเสนอเชิงนโยบาย 8 มาตรการฉุกเฉินถึงรัฐบาล เพื่อเร่งแก้วิกฤตที่กำลังคุกคามภาคส่วนสำคัญนี้
แรงกดดันจาก "ทัพรถจีน" และปัจจัยที่ซับซ้อน
ต้นตอของความท้าทายครั้งใหญ่นี้มาจากหลายปัจจัยประกอบกัน ไม่ว่าจะเป็นภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว กำลังซื้อในประเทศที่ลดลง รวมถึงความเข้มงวดของสถาบันการเงินในการอนุมัติสินเชื่อรถยนต์ แต่ปัจจัยสำคัญที่สุดที่กลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาคือ การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยเฉพาะรถยนต์ EV ที่นำเข้าจากประเทศจีน
ภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีอาเซียน–จีน รถยนต์ไฟฟ้าที่นำเข้าจากแดนมังกรได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีนำเข้า 0% ซึ่งหมายความว่ารถยนต์เหล่านี้สามารถเข้าสู่ตลาดไทยได้ในราคาที่แข่งขันได้สูงมาก ส่งผลให้ผู้บริโภคหันไปเลือกรถ EV ราคาถูกเหล่านี้มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และนี่คือแรงกดดันมหาศาลต่อผู้ผลิตยานยนต์ในประเทศไทย ที่ต้องแบกรับต้นทุนการผลิตภายในประเทศ
ผลกระทบลูกโซ่: เสี่ยงต่อการล่มสลายของห่วงโซ่อุปทาน
ภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังเผชิญกับผลกระทบที่เป็นลูกโซ่จากสถานการณ์นี้ ผู้ผลิตรถยนต์หลายรายเริ่มปรับกลยุทธ์โดยหันไปนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูปแทนการลงทุนตั้งสายการผลิตในประเทศไทย ซึ่งไม่ใช่แค่การสูญเสียโอกาสในการผลิต แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย ที่กำลังสูญเสียคำสั่งซื้ออย่างต่อเนื่อง และเสี่ยงต่อการต้องปิดตัวลง
การล่มสลายของห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เพราะอุตสาหกรรมนี้เป็นฐานเศรษฐกิจสำคัญที่สร้างการจ้างงานให้กับคนไทยจำนวนมาก และมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศมาอย่างยาวนาน การปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินไปโดยไม่มีมาตรการรองรับ จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจมหภาคและการจ้างงานในวงกว้างอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์: ตลาดบริโภค หรือ ฐานการผลิต?
ด้วยเหตุนี้ 10 สมาคมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ ได้แก่ สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย, สมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย, สมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย, สมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไทย, สมาคมผู้ประกอบการระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ไทย, สมาคมไทยคอมโพสิต, สมาคมอุตสาหกรรมแม่พิมพ์ไทย, สมาคมสมองกลฝังตัวไทย, สมาคมเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานไทย และ สมาคมอุตสาหกรรมหล่อโลหะไทย จึงได้เรียกร้องให้รัฐบาลตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์อย่างชัดเจนว่า ประเทศไทยจะเป็นเพียง "ตลาดบริโภครถ EV ราคาถูก" หรือจะยังคงรักษาสถานะ "ฐานการผลิตยานยนต์โลก" เอาไว้
- เสนอ 8 มาตรการฉุกเฉินเพื่อรักษาฐานการผลิตและห่วงโซ่อุปทาน
- เร่งพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาภาษีและสิทธิประโยชน์ที่ไม่สมดุล
- ขอเข้าพบนายกรัฐมนตรีเพื่อหารือแนวทางแก้ไขอย่างเร่งด่วน
การตัดสินใจครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และจะเป็นตัวกำหนดทิศทางเศรษฐกิจของประเทศในอีกหลายทศวรรษข้างหน้า
อนาคตยานยนต์ไทย อยู่ในมือรัฐบาล
สถานการณ์ที่อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังเผชิญไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ความรุนแรงของผลกระทบที่เกิดขึ้นจากรถ EV จีนภายใต้นโยบายภาษี 0% ทำให้ทุกฝ่ายต้องตระหนักถึงความเร่งด่วน การรวมตัวของ 10 สมาคมในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลอย่างลึกซึ้งและความจำเป็นที่ภาครัฐจะต้องเข้ามามีบทบาทในการประคับประคองและวางยุทธศาสตร์เพื่อให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยยังคงเป็นหนึ่งในเสาหลักทางเศรษฐกิจของชาติได้อย่างยั่งยืน