TATG โชว์ผลงานแกร่ง! กำไร Q1/69 พุ่ง 37% สวนกระแสยานยนต์ชะลอตัว
TATG โชว์ผลประกอบการแข็งแกร่งในไตรมาส 1/69 กวาดรายได้กว่า 611 ลบ. พร้อมกำไรสุทธิโตสวนตลาด 37% ชี้บริหารต้นทุนฉลาดคือหัวใจสู่ความสำเร็จ
ท่ามกลางความท้าทายของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป บริษัท ไทย ออโต ทูลส์ แอนด์ ดาย จำกัด (มหาชน) หรือ TATG ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในการดำเนินงาน โดยประกาศผลประกอบการไตรมาส 1 ประจำปี 2569 ที่น่าประทับใจ รายได้รวม 611.32 ล้านบาท แม้ปรับตัวลดลงเล็กน้อย แต่กำไรสุทธิกลับพุ่งสูงถึง 18.23 ล้านบาท เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 36.86% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า สะท้อนถึงการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและการปรับตัวที่เหนือกว่าตลาด
ผลประกอบการไตรมาส 1/69: รายได้ลด กำไรเพิ่ม สวนทางตลาด
จากรายงานผลการดำเนินงานของ TATG ในไตรมาสแรกของปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 611.32 ล้านบาท ซึ่งปรับตัวลดลงร้อยละ 9.64 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากการหดตัวของธุรกิจผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ร้อยละ 8.49 และธุรกิจออกแบบผลิตเครื่องมือร้อยละ 20.39
ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อรายได้ ได้แก่:
- การชะลอตัวของกลุ่มลูกค้ารถยนต์สันดาปและรถกระบะ
- ภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า
- มาตรการสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้น ทำให้กำลังซื้อและปริมาณคำสั่งซื้อในตลาดโดยรวมลดลง
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าชื่นชมคือ TATG สามารถรักษาระดับการทำกำไรสุทธิได้อย่างยอดเยี่ยมที่ 18.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.91 ล้านบาท หรือคิดเป็น 36.86% ปัจจัยสำคัญที่หนุนกำไรให้เติบโตสวนทางรายได้ที่ลดลงนี้ มาจากการบริหารจัดการโครงสร้างต้นทุนและค่าใช้จ่ายดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ต้นทุนขาย ต้นทุนบริการ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด
ภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ และบทบาทของ EV
ในไตรมาสแรกของปี 2569 ภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเริ่มมีสัญญาณการปรับตัวที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2568 โดยมีแรงสนับสนุนจากงาน Bangkok International Motor Show และการเร่งการผลิตเพื่อส่งออก แต่ดาวเด่นที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดอย่างแท้จริงคือ กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ซึ่งยังคงได้รับอานิสงส์จากมาตรการ EV 3.5 ที่มีผลบังคับใช้จนถึงสิ้นปี 2570
สำหรับปี 2569 นี้ เงื่อนไขการผลิตชดเชยสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าจะเข้มงวดขึ้นเป็นอัตรา 1:2 (นำเข้า 1 คัน ต้องผลิตในไทย 2 คัน) นอกจากนี้ สถานการณ์ราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูงขึ้นจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงภาวะเศรษฐกิจถดถอยก่อนหน้า ยังเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคหันมาสนใจกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) และรถยนต์ไฮบริดมากขึ้น
TATG กับวิสัยทัศน์ในอนาคต: รับโอกาสจากยานยนต์ไฟฟ้าและ AI
ดร.พยุง ศักดาสาวิตร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทย ออโต ทูลส์ แอนด์ ดาย จำกัด (มหาชน) ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและผลิตเครื่องมือสำหรับอุตสาหกรรมรถยนต์ (Tooling) แบบครบวงจร ได้แก่ แม่พิมพ์สำหรับปั๊มขึ้นรูปโลหะ (Stamping Dies), อุปกรณ์จับยึดเพื่อการตรวจสอบ (Checking Fixtures), อุปกรณ์จับยึดเพื่อการประกอบ (Assembly Jigs) และผลิตชิ้นส่วนรถยนต์แบบปั๊มขึ้นรูปโลหะ (Automotive Press Parts) ได้เผยถึงความหวังว่าดีมานด์โดยรวมของอุตสาหกรรมจะกลับมาปรับตัวดีขึ้น
ปัจจัยที่จะหนุนการเติบโตของ TATG และอุตสาหกรรมยานยนต์ ได้แก่:
- ความต้องการของผู้เปิดใจในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เพิ่มขึ้น
- มาตรการสนับสนุนต่างๆ จากภาครัฐ
- การนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยอย่าง AI Automation เข้ามาช่วยเสริมประสิทธิภาพในการผลิต เพื่อเพิ่มอัตราการทำกำไรให้สูงขึ้น และส่งให้อุตสาหกรรมยานยนต์กลับมาคึกคักได้อีกครั้ง
ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของ TATG ในไตรมาส 1/69 นี้ ไม่เพียงสะท้อนถึงการบริหารจัดการที่ชาญฉลาด แต่ยังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการปรับตัวและคว้าโอกาสจากแนวโน้มของอุตสาหกรรมยานยนต์ยุคใหม่ โดยเฉพาะการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้าและนวัตกรรม AI ซึ่งจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญสู่ความสำเร็จในอนาคต