สมาคมยานยนต์ฯ ชง ‘รถเก่าแลกรถใหม่’ อัดฉีด 8.5 หมื่นบาท กระตุ้นเศรษฐกิจ ลดมลพิษ
สมาคมยานยนต์ฯ เสนอ ‘รถเก่าแลกรถใหม่’ อัดฉีด 8.5 หมื่นบาท/คัน หวังลด PM 2.5, กระตุ้น ศก. และส่งเสริม xEVs. รัฐบาลเร่งพิจารณา!
เปิดข้อเสนอ ‘รถเก่าแลกรถใหม่’ จากสมาคมยานยนต์ฯ: ทางออกเพื่ออนาคตยานยนต์ไทย?
ในสถานการณ์ที่ประเทศไทยเผชิญกับปัญหามลพิษ PM 2.5 และความท้าทายในการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ควบคู่ไปกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมยานยนต์ สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (TAIA) ได้ยื่นข้อเสนอโครงการ ‘รถเก่าแลกรถใหม่’ ต่อรัฐบาล โดยชงให้รัฐบาลอัดฉีดส่วนลด 85,000 บาทต่อคัน หวังปลุกชีพตลาดรถยนต์ไทย ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม และขับเคลื่อนประเทศสู่ยานยนต์พลังงานสะอาด
โครงการ ‘รถเก่าแลกรถใหม่’ คืออะไร และมีเป้าหมายอย่างไร?
นายสุวัชร์ ศุภกาญจน์เดชากุล นายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (TAIA) ได้เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นของโครงการนี้ไม่ได้มาจากแนวคิดเรื่องการแลกรถเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มจากการศึกษาเรื่องการจัดการซากรถยนต์เมื่อหมดอายุการใช้งาน (End of Life Vehicle - ELV) อย่างถูกวิธี เนื่องจากประเทศไทยมีปัญหารถเก่าสะสมจำนวนมาก ก่อให้เกิดมลพิษสูงและขัดต่อเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ดังนั้น การทำ Trade In จึงถูกนำมาใช้เป็นโครงการนำร่องที่สามารถดึงรถเก่าออกจากระบบ และในขณะเดียวกันก็กระตุ้นยอดขายรถยนต์ใหม่ที่หดตัวลงกว่าครึ่งในช่วง 3 ปีหลัง โดยเฉพาะกลุ่มรถกระบะ
เป้าหมายหลักของข้อเสนอประกอบด้วย:
- ลดมลพิษและ PM 2.5: โดยเฉพาะจากรถยนต์เก่าที่มีอายุ 25-30 ปีขึ้นไป หรือรถที่ต่ำกว่ามาตรฐานยูโร 4 ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ในระบบกว่า 21 ล้านคัน
- บริหารจัดการซากรถเก่า: แก้ปัญหาการสะสมของรถยนต์ที่หมดอายุการใช้งานอย่างถูกวิธี ซึ่งอาจรวมถึงการส่งออกรถเก่าบางส่วนไปต่างประเทศ
- กระตุ้นเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมยานยนต์: ฟื้นฟูยอดขายรถยนต์ที่หดตัวลง โดยเฉพาะกลุ่มรถกระบะซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจไทยและใช้ชิ้นส่วนในประเทศกว่า 90%
- ส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์พลังงานสะอาด: รัฐบาลมีแนวโน้มที่จะมุ่งเน้นการให้สิทธิประโยชน์แก่กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (xEV) ได้แก่ Hybrid, PHEV และ BEV ในระยะแรก เพื่อลดการใช้น้ำมันและตอบรับวิกฤตพลังงาน
กลไกการอุดหนุนและทิศทางของรัฐบาล
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้กล่าวถึงนโยบายนี้ว่า รัฐบาลเตรียมผลักดันโครงการ ‘รถเก่าแลกรถใหม่’ โดยเบื้องต้นได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงการคลังและกรมสรรพสามิตพิจารณาออกแบบนโยบาย กลไกการอุดหนุนจะทำผ่านผู้ประกอบการและทอนมาเป็นส่วนลดราคาขายรถยนต์ใหม่ ควบคู่ไปกับการออกมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่รถยนต์ไฮบริดและรถไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น โดยเปรียบเทียบกับโมเดลที่ประสบความสำเร็จในญี่ปุ่น
รถประเภทใดที่จะเข้าข่าย? ข้อเสนอจาก TAIA และความต้องการจากภาครัฐ
ในเบื้องต้น ภาครัฐอาจพิจารณารถเก่าที่มีอายุประมาณ 13 ปี หรือกลุ่มรถที่มาตรฐานต่ำกว่ายูโร 4 อย่างไรก็ตาม นายสุวัชร์ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการดึง ‘รถกระบะ’ เข้าร่วมโครงการ เนื่องจากเป็นกลุ่มรถที่สำคัญต่อเศรษฐกิจไทยอย่างยิ่ง และการรวมกระบะจะช่วยพยุงอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศได้อย่างมีนัยสำคัญ
ความไม่แน่นอนที่ต้องเร่งคลี่คลาย
แม้โครงการจะมีประโยชน์มากมาย แต่ความคลุมเครือของข่าวสารที่ออกมา กลับทำให้ยอดจองรถยนต์บางรุ่นเริ่มชะงักงัน สะท้อนถึงความต้องการความชัดเจนจากภาครัฐโดยเร็ว ขณะที่ KResearch ได้ถอดบทเรียนจากต่างประเทศและแนะนำให้รัฐบาลยืดระยะเวลาโครงการให้นานพอ เพื่อดึงดูดผู้เข้าร่วมโครงการให้ได้มากที่สุด หากงบประมาณมีจำกัด
โครงการ ‘รถเก่าแลกรถใหม่’ จึงเป็นมากกว่าแค่การเปลี่ยนรถ แต่เป็นการลงทุนเพื่อสิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรม และเศรษฐกิจของประเทศ นับเป็นความท้าทายที่รัฐบาลจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของทุกฝ่าย และเร่งสร้างความชัดเจนเพื่อปลดล็อกตลาดที่กำลังรอคอย