เจาะลึกมาตรการ "รถเก่าแลกรถใหม่": ดีลเลอร์อ่วม ลูกค้าชะลอรับรถ หวั่นยอดซบ
เจาะลึกมาตรการ "รถเก่าแลกรถใหม่" ที่กรมสรรพสามิตกำลังเร่งพิจารณา พร้อมเสียงสะท้อนจากดีลเลอร์รถยนต์ที่หวั่นยอดขายซบเซา หลังลูกค้าชะลอรับรถ รอนโยบายชัดเจน
ท่ามกลางความพยายามของภาครัฐในการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ ทั้งฝุ่น PM 2.5 และการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ พร้อมกับการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ซบเซา โครงการ "รถเก่าแลกรถใหม่" ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณาอีกครั้งโดยกรมสรรพสามิต แม้จะมีเจตนาที่ดี แต่มาตรการนี้กลับสร้างความกังวลให้กับภาคส่วนต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "ดีลเลอร์" ที่เริ่มเห็นลูกค้าชะลอการรับรถใหม่ เนื่องจากรอความชัดเจนของนโยบายนี้
นโยบาย "รถเก่าแลกรถใหม่" เป้าหมายและความท้าทาย
กรมสรรพสามิตกำลังเร่งจัดทำรายละเอียดและกรอบแนวคิดของโครงการ "รถเก่าแลกรถใหม่" ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักคือ ลดการปล่อยก๊าซ CO2 และ PM 2.5 รวมถึงกระตุ้นยอดขายในตลาดรถยนต์ โดยเบื้องต้นนั้นจะต้องพิจารณาในประเด็นสำคัญ ได้แก่ ความสามารถในการผลิตของค่ายรถยนต์หลังจากการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า (EV), ปริมาณรถเป้าหมายที่ควรเข้าร่วมโครงการ และลักษณะของรถยนต์ใหม่ที่จะเข้าร่วม ซึ่งเบื้องต้นจะเน้นที่รถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) และรถยนต์ไฮบริด (HEV) เป็นหลัก เพื่อลดการใช้น้ำมันและลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์
นอกจากนี้ สิ่งสำคัญที่กรมฯ ต้องดำเนินการคือการสร้าง ความชัดเจนในเงื่อนไข ทั้งจำนวน ปริมาณรถ ราคาจำหน่าย รวมถึงขนาดแบตเตอรี่ และรายละเอียดการ กำจัดซากรถเก่า เพื่อไม่ให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบ ซึ่งประเด็นนี้รวมไปถึงข้อกังวลจากค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นและจีน-อเมริกัน ที่ประสานเสียงย้ำชัดว่า เงื่อนไขต้องเท่าเทียม สำหรับรถยนต์ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น EV, HEV, ICE (เครื่องยนต์สันดาปภายใน) และรถกระบะ B20 เพื่อป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนและปัญหาหนี้เสีย
เสียงสะท้อนจากภาคอุตสาหกรรม: ดีลเลอร์อ่วม ค่ายรถกังวลเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน
แหล่งข่าวจากบริษัทรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นรายใหญ่เปิดเผยกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า บริษัทพร้อมสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล แต่ต้องการให้มีการพิจารณาอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะการ "ทับซ้อนกันของสิทธิประโยชน์" ที่รถยนต์แต่ละประเภทจะได้รับ โดยเฉพาะรถยนต์ EV ที่ได้รับการส่งเสริมจากมาตรการอีวีของรัฐบาลอยู่แล้ว หากได้รับการส่งเสริมอีกจะเกิดความเหลื่อมล้ำหรือไม่ แหล่งข่าวแนะนำว่า หากรัฐบาลต้องการลดมลพิษ ควรพิจารณาไปที่กลุ่ม "รถยนต์เชิงพาณิชย์เพื่อการขนส่ง" ซึ่งส่วนใหญ่ยังใช้เครื่องยนต์ยูโร 3 มากกว่ารถยนต์นั่งส่วนบุคคล และไม่ควรโฟกัสไปที่พลังงานใดพลังงานหนึ่ง แต่ควรเพิ่มความหลากหลายทั้งรถยนต์ xEV และดีเซลที่รองรับน้ำมัน B20
ในทางกลับกัน นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด มองว่าโครงการนี้เป็นเรื่องที่ดีที่จะช่วยผลักดันและส่งเสริมยอดขายรถยนต์ รวมถึงกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวมได้
อย่างไรก็ตาม ผลกระทบที่เริ่มปรากฏชัดในปัจจุบันคือ "ดีลเลอร์" ทั่วประเทศเริ่มได้รับผลกระทบจากลูกค้าที่ชะลอการรับรถใหม่ เนื่องจากต้องการรอความชัดเจนของมาตรการ "รถเก่าแลกรถใหม่" นี้ ซึ่งอาจส่งผลให้ยอดขายในระยะสั้นซบเซาลงได้ และเป็นประเด็นที่สร้างความกังวลให้กับผู้ประกอบการอย่างมาก
ก้าวต่อไปของมาตรการ: สู่การหารือและกำหนดทิศทาง
กรมสรรพสามิตมีแผนที่จะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด โดยจะมีการเข้าไปหารือกับผู้ประกอบการและสมาคมที่เกี่ยวข้องทั้งหมดภายในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ ก่อนนำเสนอรายละเอียดต่อรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณากำหนดทิศทางนโยบายต่อไป
การสร้างสมดุลระหว่างการกระตุ้นเศรษฐกิจ, การลดมลพิษ, และความเป็นธรรมสำหรับทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรมยานยนต์ จึงเป็นหัวใจสำคัญที่ภาครัฐจะต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน เพื่อให้โครงการ "รถเก่าแลกรถใหม่" นี้ สามารถบรรลุวัตถุประสงค์และได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายอย่างแท้จริง