Honda โบกมือลาตลาดรถยนต์เกาหลีใต้: สรุปเหตุผลขาดทุนหนักและยุทธศาสตร์ใหม่
เจาะลึกเหตุผลที่ Honda ตัดสินใจยุติการขายรถยนต์ในเกาหลีใต้ภายในปี 2026 หลังเผชิญการแข่งขันดุเดือดและขาดทุนมหาศาล สู่การปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ของค่ายปีกนก
วงการยานยนต์โลกต้องจับตา เมื่อค่ายรถยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นอย่าง Honda เตรียมยุติการจำหน่ายรถยนต์ในประเทศเกาหลีใต้ภายในสิ้นปี 2026 การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการถอนตัวจากตลาดเล็กๆ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ระดับโลก หลังเผชิญกับการขาดทุนอย่างหนักและไม่สามารถแข่งขันกับผู้ผลิตท้องถิ่นได้ รายงานจาก The Standard เปิดเผยถึงเบื้องลึกของการตัดสินใจครั้งสำคัญนี้
เส้นทางของ Honda ในตลาดเกาหลีใต้
Honda เริ่มต้นทำตลาดในเกาหลีใต้ตั้งแต่ปี 2002 โดยเริ่มจากการจำหน่ายรถจักรยานยนต์ ก่อนจะขยายมาจำหน่ายรถยนต์ในปี 2004 ผ่านบริษัทลูก Honda Korea ซึ่งมีพนักงานประมาณ 84 คนในกรุงโซล ตลอดระยะเวลากว่าสองทศวรรษ Honda พยายามที่จะสร้างฐานที่มั่นในตลาดแห่งนี้ แต่สุดท้ายก็ต้องยอมรับความจริงที่ว่า การแข่งขันนั้นดุเดือดเกินไป และส่วนแบ่งการตลาดที่ได้มานั้นไม่คุ้มค่ากับการลงทุน
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Honda ต้องถอนตัว
การตัดสินใจถอนตัวจากตลาดรถยนต์ในเกาหลีใต้เป็นผลมาจากหลายปัจจัยหลัก:
- การแข่งขันที่รุนแรงและขาดทุนหนัก: ตลาดรถยนต์เกาหลีใต้ถูกครอบงำโดยผู้ผลิตท้องถิ่นอย่าง Hyundai Motor และ Kia ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดรวมกันสูงถึงประมาณ 90% ทำให้ Honda มียอดขายเพียง 1,458 คันในปีงบประมาณสิ้นสุดเดือนมีนาคม 2026 ลดลงถึง 44% จากปีก่อนหน้า แม้จะมีการจำหน่ายรุ่นยอดนิยมอย่าง Accord และ CR-V ก็ตาม
- การเปลี่ยนแปลงของตลาดยานยนต์: ทั้งในระดับโลกและในประเทศ เกาหลีใต้เป็นตลาดที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้าอย่างรวดเร็ว ซึ่งต้องใช้ทรัพยากรและการลงทุนมหาศาล
- ความไม่คุ้มค่าในการดำเนินธุรกิจ: ด้วยยอดขายที่น้อยและสภาวะการแข่งขันที่ไม่เอื้ออำนวย ทำให้บริษัทต้องทบทวนความคุ้มค่าในการดำเนินธุรกิจและตัดสินใจที่จะไม่ดำเนินต่อไปในตลาดรถยนต์
ผลกระทบและยุทธศาสตร์ระดับโลกของ Honda
การถอนตัวจากตลาดเกาหลีใต้ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันที่ Honda กำลังเผชิญอยู่ทั่วโลก
บริษัทเคยตั้งเป้าไว้ในปี 2021 ว่าภายในปี 2040 รถยนต์ใหม่ทั้งหมดทั่วโลกจะต้องเป็นรถยนต์ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ (Zero-Emission Vehicles) เช่น EV และรถเซลล์เชื้อเพลิง แต่ทิศทางดังกล่าวกลับเจอแรงกดดันมากขึ้น โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐฯ ที่ Honda ตัดสินใจยกเลิกการพัฒนารถยนต์ EV ถึง 3 รุ่น เนื่องจากนโยบายสนับสนุน EV ภายใต้รัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงความต้องการในตลาดที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ส่งผลให้คาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายและขาดทุนสูง
แรงกดดันเหล่านี้สะท้อนผ่านผลประกอบการ โดยบริษัทคาดว่าจะขาดทุนสุทธิสูงถึง 6.9 แสนล้านเยนในปีงบการเงินล่าสุด ซึ่งพลิกจากประมาณการเดิมที่คาดว่าจะมีกำไร 3 แสนล้านเยน และหากเป็นไปตามนี้ จะถือเป็นการขาดทุนสุทธิครั้งแรกนับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อปี 1957 นอกจากนี้ Honda ยังได้ยุติโครงการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า Afeela ที่ร่วมกับ Sony Group อีกด้วย
อนาคตของ Honda ในเกาหลีใต้
แม้จะยุติการจำหน่ายรถยนต์ แต่ Honda จะยังคงดำเนินธุรกิจรถจักรยานยนต์ในเกาหลีใต้ต่อไป รวมถึงให้บริการหลังการขายสำหรับรถยนต์ เช่น การบำรุงรักษา และการจัดหาอะไหล่ เพื่อดูแลลูกค้าปัจจุบัน การปรับโครงสร้างนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงการเปลี่ยนผ่านด้านเทคโนโลยี แต่ยังรวมถึงการทบทวนกลยุทธ์ในระดับภูมิภาค เพื่อเสริมความสามารถในการแข่งขันในระยะกลางถึงระยะยาว โดยซีอีโอ โทชิฮิโระ มิเบะ มีกำหนดแถลงผลประกอบการประจำปีและชี้แจงทิศทางธุรกิจในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้
การโบกมือลาตลาดรถยนต์เกาหลีใต้ของ Honda จึงเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งบริษัทต่างๆ ทั่วโลกต้องปรับตัวอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด เพื่อความอยู่รอดในอนาคต