วิกฤต EV เขย่า Honda: คาดขาดทุนมหาศาล 8 หมื่นล้านบาทในปี 2026
Honda คาดขาดทุนมหาศาล 80,450 ล้านบาทในปี 2026 ผลจากธุรกิจ EV ที่สะดุด เผยกลยุทธ์ปรับทัพกลับมาเน้นรถไฮบริดเพื่อพยุงสถานการณ์ในตลาดโลก.
อุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกกำลังจับตาดูสถานการณ์ของ Honda Motor อย่างใกล้ชิด หลังจากสำนักข่าวชั้นนำระดับโลกอย่าง Reuters และ Nikkei ได้เผยแพร่รายงานคาดการณ์ผลประกอบการที่น่าตกใจ โดยระบุว่า Honda ผู้ผลิตยานยนต์รายใหญ่อันดับสองของญี่ปุ่น เตรียมเผชิญกับผลขาดทุนจากการดำเนินงานมหาศาลถึง 80,450 ล้านบาท ในปีงบประมาณ 2026 ที่เพิ่งสิ้นสุดลง สาเหตุหลักมาจากภาระต้นทุนและการขาดทุนสะสมจากธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่กำลังเผชิญกับความท้าทายอย่างหนักหน่วง
Honda เผชิญขาดทุนกว่า 8 หมื่นล้านบาท จากมรสุม EV
รายงานข่าวเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2026 ระบุว่า Honda Motor คาดการณ์ว่าจะประกาศผลขาดทุนจากการดำเนินงานสูงถึง 4 แสนล้านเยน หรือประมาณ 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเมื่อแปลงเป็นเงินไทยด้วยอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบันที่ 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 32.18 บาท จะอยู่ที่ตัวเลข 80,450 ล้านบาท เลยทีเดียว ตัวเลขที่น่าตกใจนี้สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันทางการเงินที่ไม่ธรรมดา ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับความพยายามของบริษัทในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า ที่กำลังเผชิญกับอุปสรรคหลายประการ
อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ธุรกิจ EV ของ Honda สะดุด?
สถานการณ์นี้สอดคล้องกับสัญญาณเตือนที่ Honda ได้ส่งให้นักลงทุนล่วงหน้าในเดือนมีนาคม 2026 เกี่ยวกับ “การทบทวนกลยุทธ์ด้านยานยนต์ไฟฟ้าใหม่ทั้งหมด” โดยมีปัจจัยหลักที่กัดกินผลกำไรของบริษัทดังนี้:
- การชะลอตัวของตลาด EV ในอเมริกาเหนือ: Honda ได้ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดในการยกเลิกแผนการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) บางรุ่นในตลาดอเมริกาเหนือ เนื่องจากอัตราการเติบโตของตลาด EV ในภูมิภาคดังกล่าวเริ่มชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด
- ต้นทุน R&D ที่พุ่งสูง: การลงทุนมหาศาลในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น โครงสร้างสถาปัตยกรรม 800V และเทคโนโลยีแบตเตอรี่ขั้นสูง กลายเป็นภาระต้นทุนที่หนักหน่วงเกินกว่าที่ผลตอบแทนจะครอบคลุมได้ในระยะสั้น
- การแข่งขันดุเดือดในตลาดจีน: ตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างประเทศจีน มีการแข่งขันที่สูงมากจากผู้ผลิตท้องถิ่น ทั้งในด้านราคาและนวัตกรรม ทำให้ Honda ต้องเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักในการรักษาส่วนแบ่งตลาดและทำกำไร
Honda หันกลับสู่กลยุทธ์ไฮบริด เพื่อพยุงสถานการณ์
เพื่อรับมือกับวิกฤตการณ์ครั้งนี้และรักษา กระแสเงินสด ในระหว่างการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า แหล่งข่าวระบุว่า Honda จำเป็นต้องงัดกลยุทธ์ที่ตนเองถนัดที่สุดกลับมาใช้ นั่นคือการเร่งผลักดันและเพิ่มสัดส่วนการขาย รถยนต์ไฮบริด (HEV) เจเนอเรชันใหม่
- ความเชี่ยวชาญและต้นทุนที่ควบคุมได้: Honda มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ยาวนานในการผลิตรถยนต์ไฮบริด ซึ่งมีต้นทุนการผลิตที่สามารถควบคุมได้ดีกว่า และเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถสร้างผลกำไรมาชดเชยส่วนที่ขาดทุนจากฝั่ง EV ได้ในระยะสั้นถึงกลาง
- ตอบโจทย์ผู้บริโภค: รถยนต์ไฮบริดยังคงเป็นทางเลือกที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคในหลายภูมิภาคทั่วโลก เนื่องจากไม่ต้องกังวลเรื่องสถานีชาร์จ และเป็นเทคโนโลยีที่พิสูจน์แล้วว่าใช้งานได้จริงและประหยัดน้ำมัน
สถานการณ์ของ Honda สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายและโอกาสในการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์สู่ยุคไฟฟ้า ซึ่งผู้ผลิตหลายรายต้องปรับตัวอย่างรวดเร็วและรอบคอบ ทุกสายตาจะจับจ้องไปที่การประกาศผลประกอบการประจำปีอย่างเป็นทางการของ Honda Motor ในวันที่ 14 พฤษภาคม 2026 นี้ เพื่อดูทิศทางและกลยุทธ์ในอนาคตอันใกล้