CEO ฮอนด้ายอมรับ: หมดโอกาสสู้ ‘จีน’ ในสนามรถยนต์ EV
ซีอีโอฮอนด้าเผยความกังวลหลังเยือนโรงงาน EV จีน ชี้ประสิทธิภาพเหนือกว่ามาก! สำรวจผลกระทบและแผนปรับกลยุทธ์ของฮอนด้าในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าโลก.
วงการอุตสาหกรรมยานยนต์โลกกำลังเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ล่าสุด ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของฮอนด้า (Honda) ถึงกับออกมายอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า บริษัทของตนไม่มีโอกาสที่จะแข่งขันกับผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีนได้ นี่คือสัญญาณเตือนที่ดังสนั่นสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นต้องเผชิญหน้าในสมรภูมิ EV ที่ดุเดือด
ความกังวลจากการเยือนโรงงาน EV ในจีน
โทชิฮิโร มิเบะ ซีอีโอของฮอนด้า ได้เดินทางไปเยือนโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่คึกคักในประเทศจีนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และภาพที่เขาเห็นทำให้เกิดความกังวลอย่างมาก ตามรายงานของ SlashGear และ Nikkei Asia มิเบะถึงกับกล่าวว่า “เราไม่มีโอกาสที่จะสู้กับที่นี่ได้เลย” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความประหลาดใจและตกตะลึงกับความเร็วและประสิทธิภาพของโรงงานเหล่านั้น
- ระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ: สิ่งที่ทำให้มิเบะประทับใจมากที่สุดคือการที่โรงงานในจีนใช้ระบบอัตโนมัติเกือบทั้งหมด “ตั้งแต่การจัดหาชิ้นส่วนไปจนถึงการจัดการด้านโลจิสติกส์ ทุกอย่างในโรงงานเป็นระบบอัตโนมัติ และไม่มีมนุษย์อยู่ในสายการผลิต” มิเบะกล่าว
- ประสิทธิภาพและต้นทุน: การผลิตที่รวดเร็วและใช้ระบบอัตโนมัติสูงย่อมส่งผลให้ต้นทุนการผลิตลดลงอย่างมหาศาล ซึ่งเป็นจุดแข็งสำคัญที่ทำให้ผู้ผลิตจีนมีความได้เปรียบในการแข่งขันด้านราคาและนวัตกรรม
ผลกระทบและแผนปรับกลยุทธ์ของฮอนด้า
การยอมรับนี้เกิดขึ้นไม่นานหลังจากที่ฮอนด้าเปิดเผยผลขาดทุนประจำปีเป็นครั้งแรก และต้องประสบกับการขาดทุนถึง 1.57 หมื่นล้านดอลลาร์เมื่อปลายปีที่แล้ว สถานการณ์ยิ่งท้าทายมากขึ้นเมื่อนโยบายของสหรัฐอเมริกาเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน โดยยกเลิกมาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ส่งผลให้ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่อย่างฟอร์ดและเจเนอรัลมอเตอร์สก็ประสบความสูญเสียหลายพันล้านดอลลาร์เช่นกัน
ด้วยเหตุนี้ ฮอนด้าจึงถูกบังคับให้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์อย่างรวดเร็ว โดยมีการตัดสินใจที่สำคัญหลายประการ:
- เลื่อนการใช้ AI ขับขี่อัตโนมัติ: ฮอนด้าได้เลื่อนแผนการนำระบบขับขี่อัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) หรือ NOA (Navigate on Autopilot) ออกไปอีก 1 ปี เป็นปี 2028 ซึ่งเดิมทีมีแผนจะใช้กับรถยนต์ EV รุ่นแรกในอเมริกาเหนือในปีหน้า
- ยกเลิกการพัฒนารถยนต์ EV บางรุ่น: บริษัทได้ประกาศยกเลิกการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าสามรุ่นสำหรับตลาดอเมริกาเหนือ ทำให้แผนการใช้งาน NOA ล่าช้าออกไปและยังไม่มีแผนจะติดตั้งในรุ่นอื่นๆ ที่กำหนดวางจำหน่ายในปี 2027
- ยุติการพัฒนาร่วมกับ Sony: บริษัทร่วมทุน Sony-Honda Mobility ซึ่งเคยมีแผนพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าก็ต้องยุติการพัฒนาลงเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
แม้จะเผชิญกับความท้าทายและยอมรับว่านโยบายสหรัฐฯ อาจทำให้การเปลี่ยนผ่านสู่ EV ช้าลง แต่ซีอีโอมิเบะยังคงย้ำถึง "ภาระผูกพันทางศีลธรรม" ของแบรนด์ที่จะต้องช่วยควบคุมอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้น ด้วยการค่อยๆ เลิกใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล โดยฮอนด้ามีแผนที่จะนำเทคโนโลยี NOA มาใช้ในรถยนต์ไฮบริดรุ่น Vezel ซึ่งเป็นรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดเล็กในญี่ปุ่น ในปี 2028 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าบริษัทยังคงเดินหน้าในการพัฒนาเทคโนโลยี แต่ต้องปรับทิศทางให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันมากขึ้น
บทสรุป: อนาคต EV ของค่ายรถญี่ปุ่น
คำสารภาพจากซีอีโอฮอนด้าครั้งนี้ ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงศักยภาพอันล้นหลามของอุตสาหกรรม EV จีนเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนภัยที่สำคัญสำหรับผู้ผลิตรถยนต์ดั้งเดิมทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่ายรถยนต์จากญี่ปุ่นที่เคยเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์มาอย่างยาวนาน การปรับตัวอย่างรวดเร็วและการลงทุนในเทคโนโลยีที่ทันสมัยเท่านั้นที่จะช่วยให้พวกเขายังคงสามารถแข่งขันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วนี้ได้