Honda พลิกกลยุทธ์! พับแผนสร้างโรงงาน EV แสนล้านในแคนาดา หันลุย "ไฮบริด" หลังตลาดรถยนต์ไฟฟ้าชะลอตัว
ฮอนด้ายุติแผนสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 1.1 หมื่นล้านเหรียญในแคนาดา หลังความต้องการ EV ชะลอตัวหนักในสหรัฐฯ พร้อมเบนเข็มสู่รถไฮบริดในอเมริกาเหนือ
วงการยานยนต์โลกกำลังจับตาการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เมื่อ Honda Motor ค่ายรถยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น ได้ตัดสินใจระงับแผนการสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และแบตเตอรี่มูลค่ามหาศาลกว่า 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในรัฐออนแทรีโอ ประเทศแคนาดาอย่างไม่มีกำหนด การเคลื่อนไหวครั้งนี้ตอกย้ำถึงสัญญาณการชะลอตัวของตลาด EV ในสหรัฐอเมริกา และการปรับเปลี่ยนทิศทางกลยุทธ์ของ Honda ที่หันกลับมาให้ความสำคัญกับรถยนต์ไฮบริดเป็นแกนหลักในตลาดอเมริกาเหนือ
สัญญาณเตือนจากตลาด: ทำไม Honda ต้องพับแผน?
การตัดสินใจครั้งนี้ของ Honda ไม่ได้เกิดขึ้นโดยปราศจากเหตุผล รายงานจาก Nikkei Asia ชี้ให้เห็นถึงปัจจัยสำคัญหลายประการที่ส่งผลให้บริษัทต้องทบทวนการลงทุนครั้งใหญ่:
- ความต้องการ EV ชะลอตัวในสหรัฐฯ: ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในสหรัฐฯ ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมา ร่วงลงถึง 36% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งสวนทางกับที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้
- รถไฮบริดมาแรงแซงโค้ง: ในทางกลับกัน สัดส่วนยอดขายรถไฮบริดในสหรัฐฯ กลับพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 19% จาก 11% ในปีก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้น
- นโยบายภาครัฐพลิกผัน:
- กฎหมาย Inflation Reduction Act (IRA) ของสหรัฐฯ ที่เคยให้สิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีแก่ผู้ซื้อ EV ถูกยกเลิกไปในเดือนกันยายนปีที่แล้ว ภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งผลให้ราคารถ EV หลายรุ่นปรับตัวสูงขึ้น
- สหรัฐฯ ยังผ่อนคลายข้อกำหนดด้านประสิทธิภาพการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงของผู้ผลิตรถยนต์ ทำให้ค่ายรถไม่จำเป็นต้องเร่งผลิต EV จำนวนมากเท่าเดิม
- ความไม่แน่นอนทางการค้า: การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับแคนาดาที่ยังไม่มีข้อสรุป ยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับตลาดการลงทุน
จาก "EV First" สู่ "Hybrid Focus": กลยุทธ์ใหม่ของ Honda
เดิมที Honda มีแผนที่จะลงทุนรวม 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์แคนาดา (ประมาณ 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) เพื่อสร้างโรงงาน EV ที่มีกำลังการผลิต 240,000 คันต่อปี และโรงงานแบตเตอรี่ในแคนาดา โดยได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากรัฐบาลแคนาดา และได้เข้าซื้อที่ดินสำหรับโครงการแล้ว แต่ด้วยสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป Honda จึงตัดสินใจพักโครงการแบบไม่มีกำหนด และอาจถึงขั้นยกเลิกโครงการทั้งหมด
การปรับกลยุทธ์ครั้งนี้สะท้อนผ่านการดำเนินการหลายอย่างของ Honda:
- ยุติการผลิตรถ EV รุ่น Prologue: รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่พัฒนาร่วมกับ General Motors ซึ่งเพิ่งเปิดตัวในปี 2567 จะยุติการผลิตภายในครึ่งหลังของปีนี้
- ยกเลิก EV รุ่นอื่น ๆ: ก่อนหน้านี้ Honda ได้ยุติการผลิต Acura ZDX และในเดือนมีนาคม ยังตัดสินใจยกเลิกการพัฒนารถ EV อีก 3 รุ่นสำหรับตลาดอเมริกาเหนือ รวมถึง 2 รุ่นในซีรีส์เรือธง "0 Series"
- คาดการณ์ผลขาดทุนมหาศาล: Honda คาดว่าจะรับรู้ผลขาดทุนจากการปรับกลยุทธ์ EV สูงถึง 2.5 ล้านล้านเยน หรือประมาณ 1.56 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปีงบประมาณ 2569
- ลดงบลงทุนด้านระบบไฟฟ้า: บริษัทเตรียมลดงบประมาณการลงทุนด้านระบบไฟฟ้าและซอฟต์แวร์ลง เพื่อปรับให้เข้ากับกลยุทธ์ใหม่
ผลกระทบและอนาคตของตลาดรถยนต์
การตัดสินใจของ Honda ไม่เพียงส่งผลต่ออนาคตของบริษัทเอง แต่ยังเป็นตัวสะท้อนถึงภาพรวมของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่อาจไม่ได้เติบโตอย่างก้าวกระโดดตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ในระยะสั้น ผู้บริโภคอาจยังคงลังเลกับราคา ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน และความคุ้มค่าในการใช้งาน ทำให้รถยนต์ไฮบริด ซึ่งเป็นสะพานเชื่อมระหว่างรถยนต์สันดาปภายในและรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ยังคงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจและตอบโจทย์ความต้องการในปัจจุบัน
ทิศทางของ Honda ชี้ให้เห็นว่า แม้ EV จะยังคงเป็นเป้าหมายระยะยาว แต่การปรับกลยุทธ์ให้ยืดหยุ่นและตอบสนองต่อสถานการณ์ตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ผลิตยานยนต์ในยุคปัจจุบัน