เยอรมนีสั่นสะเทือน: สหรัฐฯ จ่อขึ้นภาษีรถยนต์ยุโรป อุตสาหกรรมยานยนต์เยอรมันเผชิญวิกฤตหนัก
นักวิเคราะห์ชี้เยอรมนีอาจสูญเสียการผลิตสูงสุด 3.5 หมื่นล้านยูโร หลังสหรัฐฯ จ่อขึ้นภาษีรถยนต์ยุโรป 25% ทำความเข้าใจผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์โลก.
สถานการณ์ตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปกำลังทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง โดยมีเยอรมนีเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบโดยตรงมากที่สุด เมื่อสหรัฐฯ ขู่จะปรับขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์และรถบรรทุกจากยุโรป การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่เพียงแต่เขย่าอุตสาหกรรมยานยนต์ของเยอรมนี แต่ยังส่งผลสะเทือนไปทั่วทั้งเศรษฐกิจยุโรป นักวิเคราะห์ชี้มูลค่าการผลิตของเยอรมนีอาจวูบหายไปมหาศาลถึง 3.5 หมื่นล้านยูโร
สหรัฐฯ จ่อขึ้นภาษี 25% จุดชนวนวิกฤตยานยนต์
สำนักข่าวซินหัวรายงานถึงการวิเคราะห์เบื้องต้นจากสถาบันคีลเพื่อเศรษฐกิจโลก (Kiel Institute for the World Economy หรือ IfW) ของเยอรมนี เกี่ยวกับแผนการของสหรัฐฯ ที่จะปรับขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์จากสหภาพยุโรปถึง 25% โดยอ้างว่าเป็นการตอบโต้ที่ EU ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงทางการค้า การขู่ขึ้นภาษีครั้งนี้มาจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่สร้างความกังวลอย่างยิ่งต่อผู้ผลิตรถยนต์ในยุโรป
เยอรมนีเสี่ยงสูญเสียการผลิตมหาศาล
จากการวิเคราะห์ของ IfW ผลกระทบต่อเยอรมนีนั้นรุนแรงอย่างมาก
ในระยะสั้น การขึ้นภาษีดังกล่าวอาจทำให้เยอรมนีสูญเสียมูลค่าการผลิตสูงถึง 1.5 หมื่นล้านยูโร และหากสถานการณ์ยืดเยื้อหรือเลวร้ายลง มูลค่าการผลิตที่สูญเสียไปอาจพุ่งสูงถึง 3 หมื่นล้านยูโร หรือเทียบเท่ากับ 3.52 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในระยะยาว
จูเลียน ฮินซ์ ผู้เชี่ยวชาญจาก IfW เน้นย้ำว่า “ภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ มีแนวโน้มส่งผลกระทบอย่างมากต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ของยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเยอรมนี” ไม่ใช่แค่เยอรมนีเท่านั้น ประเทศผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อื่น ๆ ในยุโรป เช่น อิตาลี สโลวาเกีย และสวีเดน ก็คาดว่าจะได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน
เสียงวิจารณ์จากอุตสาหกรรมยานยนต์เยอรมัน
ฮิลเดการ์ด มุลเลอร์ ประธานสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์เยอรมนี (VDA) ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ความเคลื่อนไหวของสหรัฐฯ อย่างรุนแรง เธอเตือนว่าภาษีเหล่านี้จะสร้างภาระหนักอย่างยิ่งต่อความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่าง EU กับสหรัฐฯ และยังซ้ำเติมสถานการณ์ที่อุตสาหกรรมยานยนต์ของเยอรมนีและยุโรปกำลังเผชิญกับแรงกดดันอยู่แล้ว
มุลเลอร์ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่แค่ผู้ผลิต แต่ยังรวมถึงผู้บริโภคในสหรัฐฯ ที่อาจต้องแบกรับภาระราคารถยนต์ที่สูงขึ้น เธอเรียกร้องให้ทั้ง EU และสหรัฐฯ กลับสู่โต๊ะเจรจาโดยเร็วที่สุด และปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านการค้าที่ตกลงกันไว้ เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในวงกว้าง
สหรัฐฯ ตลาดส่งออกสำคัญที่ต้องจับตา
ข้อมูลจาก VDA ชี้ให้เห็นว่า สหรัฐฯ เป็นหนึ่งในตลาดส่งออกที่สำคัญที่สุดสำหรับรถยนต์จากเยอรมนี โดยในช่วงหนึ่งเคยมีการส่งออกรถยนต์ไปยังสหรัฐฯ ประมาณ 410,000 คัน ซึ่งเป็นจำนวนที่ลดลง 9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เนื่องจากสหรัฐฯ ได้เริ่มมีการปรับขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์ไปบ้างแล้วก่อนหน้านี้ การเพิ่มภาษีอีกครั้งจึงยิ่งตอกย้ำถึงความเปราะบางของตลาดส่งออกนี้
การขู่ขึ้นภาษีครั้งนี้เป็นเหมือนสัญญาณเตือนภัยครั้งใหญ่ ที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งทางการค้าที่รุนแรงขึ้น และส่งผลกระทบลูกโซ่ต่อเศรษฐกิจโลกในภาพรวม เยอรมนีและยุโรปจึงต้องเตรียมรับมือกับความท้าทายครั้งสำคัญนี้อย่างใกล้ชิด