Geely กำไรวูบ 27% สัญญาณเตือนสงครามราคารถยนต์ไฟฟ้าจีน กับกลยุทธ์ "ไฮบริด" สู้
Geely เผชิญกำไรลดลง 27% เซ่นสงครามราคารถยนต์ไฟฟ้าจีน รุกตลาดต่างประเทศและเร่งพัฒนาเทคโนโลยีไฮบริดเพื่อพลิกเกมสู้ศึกเดือด
ท่ามกลางสมรภูมิรถยนต์ไฟฟ้าที่ดุเดือดในประเทศจีน Geely Automobile Holdings Ltd. หนึ่งในยักษ์ใหญ่แห่งอุตสาหกรรมยานยนต์จีนภายใต้อาณาจักรของมหาเศรษฐีหลี่ซูฝู ต้องเผชิญกับไตรมาสที่ท้าทายอย่างยิ่ง ด้วยผลกำไรสุทธิที่ลดลงอย่างน่าตกใจถึง 27% นี่ไม่ใช่เพียงปัญหาของ Geely เท่านั้น แต่เป็นภาพสะท้อนของสงครามราคารถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังกัดเซาะผลกำไรของผู้ผลิตทั่วทั้งอุตสาหกรรม
Geely เผชิญกำไรดิ่งเหว ท่ามกลางตลาดผันผวน
รายงานผลประกอบการไตรมาสแรก (สิ้นสุด 31 มี.ค.) เผยให้เห็นว่า กำไรสุทธิของ Geely อยู่ที่ 4.2 พันล้านหยวน (ประมาณ 614 ล้านดอลลาร์) ลดลงจาก 5.7 พันล้านหยวนในช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ของบลูมเบิร์กคาดการณ์ไว้ที่ 4.5 พันล้านหยวนอย่างมีนัยสำคัญ
แม้ว่ารายได้รวมจะขยายตัวขึ้นถึง 15% แตะระดับ 8.38 หมื่นล้านหยวน แต่การลดลงของกำไรสุทธิบ่งชี้ถึงแรงกดดันมหาศาลต่ออัตรากำไร (Margin) ซึ่งถูกบีบคั้นจากการแข่งขันด้านราคาอย่างหนักหน่วง
ปัจจัยหลัก: ตลาดชะลอตัวและสงครามราคา EV
ความอ่อนแอของตลาดรถยนต์จีน หลังรัฐบาลเริ่มยกเลิกมาตรการอุดหนุน ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ฉุดรั้งผลประกอบการ นอกจากนี้ สงครามราคาที่ดุเดือดระหว่างค่ายรถยนต์ไฟฟ้าก็เป็นตัวเร่งให้สถานการณ์เลวร้ายลง ไม่ใช่แค่ Geely เท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ แต่คู่แข่งสำคัญอย่าง BYD Co. ก็เพิ่งรายงานกำไรไตรมาสแรกที่ดิ่งลงถึง 55% ซึ่งนับเป็นระดับต่ำสุดในรอบกว่า 3 ปี
ในด้านยอดขายรวมไตรมาสแรก Geely สามารถทำยอดได้ 709,358 คัน เฉือนชนะ BYD ที่ทำยอดขายได้ 700,463 คันไปเพียงเล็กน้อย แม้ว่าในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา BYD จะสามารถทวงตำแหน่งผู้นำยอดขายกลับคืนมาได้ก็ตาม
กลยุทธ์สู้ศึก: เร่งพัฒนา "ไฮบริด" และขยายตลาดโลก
เพื่อรับมือกับความท้าทายนี้ Geely ได้ดำเนินกลยุทธ์เชิงรุก โดยมุ่งเน้นไปที่สองแนวทางหลัก:
- เร่งพัฒนาเทคโนโลยี "ไฮบริด": หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่ Geely มองว่าเป็นทางออกคือการเร่งพัฒนาและนำเสนอรถยนต์พลังงานไฮบริดสู่ตลาด การผสานจุดเด่นของเครื่องยนต์สันดาปภายในเข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้า อาจช่วยตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ยังลังเลใจกับรถยนต์ไฟฟ้า 100% และมองหาทางเลือกที่ประหยัดพลังงาน มีระยะการขับขี่ที่ยืดหยุ่นกว่า
- ขยายตลาดส่งออกและฐานการผลิตทั่วโลก: การพึ่งพิงตลาดในประเทศเพียงอย่างเดียวมีความเสี่ยงสูง Geely จึงพยายามลดความเสี่ยงจากอุปสงค์ที่ซบเซาและการแข่งขันภายในประเทศที่รุนแรง ด้วยการเพิ่มเป้าหมายและขยายฐานการผลิตในตลาดต่างประเทศ กลยุทธ์นี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มยอดขาย แต่ยังกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจอีกด้วย
นักวิเคราะห์มองว่า การที่ Geely หันมาเน้นกลยุทธ์เหล่านี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจในสถานการณ์ตลาดที่เปลี่ยนไป และความพยายามที่จะปรับตัวเพื่อรักษาตำแหน่งผู้นำในอุตสาหกรรมยานยนต์โลก
สงครามราคารถยนต์ไฟฟ้าในจีนยังคงเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับผู้ผลิตทุกราย และอนาคตของ Geely รวมถึงคู่แข่งอื่นๆ จะขึ้นอยู่กับความสามารถในการปรับตัว สร้างสรรค์นวัตกรรม และนำเสนอยานยนต์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านนี้