ส.อ.ท. เผยยอดผลิตรถยนต์ เม.ย. 69: ลดลงเล็กน้อยแต่ EV ยังโตแกร่ง ฝ่าความท้าทายเศรษฐกิจ
เจาะลึกรายงาน ส.อ.ท. ยอดผลิตรถยนต์เดือนเมษายน 2569 ลดลง 0.44% ขณะที่รถยนต์ไฟฟ้าเติบโตโดดเด่นทั้งผลิต-ขาย-ส่งออก ท่ามกลางความท้าทาย
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) โดยคุณสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ได้ออกมาเปิดเผยตัวเลขสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยประจำเดือนเมษายน 2569 ซึ่งแม้ภาพรวมการผลิตจะลดลงเล็กน้อย แต่ก็เผยให้เห็นถึงพลวัตที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการเติบโตอย่างโดดเด่นของยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV
ภาพรวมการผลิตรถยนต์เดือนเมษายน 2569: หดตัวเล็กน้อยแต่ยังมีสัญญาณบวก
ในเดือนเมษายน 2569 ประเทศไทยมีการผลิตรถยนต์รวมทั้งสิ้น 103,794 คัน ซึ่งลดลงจากเดือนเมษายน 2568 (ปีที่แล้ว) เพียงเล็กน้อยที่ร้อยละ 0.44 และลดลงจากเดือนมีนาคม 2569 ถึงร้อยละ 22.20 โดยสาเหตุหลักมาจากการผลิตเพื่อขายในประเทศที่ลดลงร้อยละ 1.70 โดยเฉพาะรถยนต์นั่งทั้งเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่รวมกันลดลงถึงร้อยละ 16.77 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
อย่างไรก็ตาม ส.อ.ท. ยังเน้นย้ำถึงความท้าทายจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการผลิตรถกระบะเพื่อการส่งออก และทำให้เป้าหมายการส่งออกอาจไม่เป็นไปตามที่ตั้งไว้หากสถานการณ์ยืดเยื้อ
แม้จะมีปัจจัยท้าทาย แต่หากมองในภาพรวมช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม-เมษายน) การผลิตรถยนต์สะสมยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีจำนวนทั้งสิ้น 473,545 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2568 ถึงร้อยละ 4
เจาะลึกยอดผลิตแยกตามประเภทรถยนต์
ข้อมูลการผลิตรถยนต์ในเดือนเมษายน 2569 แสดงให้เห็นถึงเทรนด์ที่หลากหลาย:
- รถยนต์นั่ง: ผลิตได้ 36,650 คัน ลดลงร้อยละ 8.43 จากปีก่อนหน้า
- รถยนต์นั่งเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE): 11,870 คัน ลดลงถึงร้อยละ 24.15
- รถยนต์นั่งแบตเตอรี่ไฟฟ้า (BEV): 4,716 คัน ลดลงเล็กน้อยร้อยละ 1.01
- รถยนต์นั่งปลั๊กอินไฮบริด (PHEV): 1,738 คัน เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นร้อยละ 68.57
- รถยนต์นั่งไฮบริด (HEV): 18,326 คัน ลดลงร้อยละ 1.37
- รถกระบะไฟฟ้า: ผลิตได้ 250 คัน เพิ่มขึ้นมหาศาลถึงร้อยละ 6,150 แสดงถึงศักยภาพการเติบโตที่น่าจับตาในกลุ่มยานยนต์เชิงพาณิชย์ไฟฟ้า
ยอดขายภายในประเทศและการส่งออก: EV ยังเป็นดาวเด่น
ยอดขายในประเทศ
ในเดือนเมษายน 2569 ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศกลับมาสดใส โดยมีจำนวน 48,394 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.54 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และที่น่าสนใจคือ:
- ยอดขายรถยนต์นั่งแบตเตอรี่ไฟฟ้า (BEV): 13,882 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 27.35
- ยอดขายรถกระบะไฟฟ้า: 109 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 36.25
ตัวเลขเหล่านี้ตอกย้ำถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของผู้บริโภคชาวไทยต่อยานยนต์ไฟฟ้า
การส่งออก
สำหรับการส่งออก รถยนต์รวมส่งออก 60,190 คัน ลดลงร้อยละ 8.43 จากปีก่อนหน้า ซึ่งได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัย แต่ในกลุ่ม EV กลับเป็นข้อยกเว้น:
- ส่งออกรถยนต์นั่งแบตเตอรี่ไฟฟ้า (BEV): 1,924 คัน เพิ่มขึ้นสูงถึงร้อยละ 191.52
- ส่งออกรถกระบะไฟฟ้า: 6 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 100
ข้อมูลนี้ชี้ให้เห็นว่าแม้ตลาดโลกจะเผชิญความท้าทาย แต่ความต้องการยานยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตจากประเทศไทยยังคงแข็งแกร่ง และมีศักยภาพในการเป็นฐานการผลิตและส่งออก EV ที่สำคัญ
สรุป
รายงานจาก ส.อ.ท. สะท้อนภาพรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในเดือนเมษายน 2569 ที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน แม้การผลิตโดยรวมจะชะลอตัวเล็กน้อยจากปัจจัยภายในและภายนอก แต่การเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้า ทั้งในด้านการผลิต การขาย และการส่งออก ยังคงเป็นความหวังและทิศทางสำคัญของอุตสาหกรรมในอนาคต
อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยยังคงต้องจับตาสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิด แต่ด้วยความสามารถในการปรับตัวและศักยภาพของตลาด EV ที่กำลังขยายตัว จะเป็นแรงผลักดันสำคัญให้ไทยยังคงเป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักในอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลกต่อไป