กลัว BEV ไฟไหม้? สถิติ 2024-2025 ชี้ชัด HYBRID / PHEV มีความเสี่ยงสูงกว่า!
เจาะลึกสถิติอัตราเกิดไฟไหม้รถยนต์ปี 2024-2025 พบรถยนต์ไฟฟ้า BEV มีความเสี่ยงต่ำสุด สวนทางกับความเชื่อ! รถ Hybrid/PHEV มีความเสี่ยงสูงกว่า เหตุใดถึงเป็นเช่นนั้น?
ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มุ่งสู่พลังงานสะอาด “ความกังวลเรื่องรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เกิดไฟไหม้” ยังคงเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนพูดถึงและตั้งคำถามถึงความปลอดภัยของเทคโนโลยีใหม่นี้ อย่างไรก็ตาม หากมองลึกลงไปในข้อมูลสถิติล่าสุดจากชุดข้อมูลทั่วโลกในช่วงปี 2024-2025 เราจะพบข้อเท็จจริงที่น่าประหลาดใจและอาจสวนทางกับความเชื่อเดิมๆ ของคนส่วนใหญ่ได้อย่างสิ้นเชิง
สถิติชี้ชัด: BEV มีอัตราเกิดไฟไหม้ต่ำที่สุด
จากรายงานการประเมินผลกระทบและสถิติอุบัติภัยทางถนนในตลาดรถยนต์ที่พัฒนาแล้ว ข้อมูลบ่งชี้อย่างชัดเจนว่า รถยนต์ไฟฟ้าประเภทแบตเตอรี่ (BEV) มีอัตราการเกิดเพลิงไหม้ต่ำที่สุด เมื่อเทียบกับรถยนต์สันดาปภายใน (ICE) และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ รถยนต์ไฮบริด (Hybrid) และปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) กลับครองแชมป์ความเสี่ยงสูงสุดในการเกิดเพลิงไหม้
ทำไมรถไฮบริดถึงมีความเสี่ยงสูงกว่า?
- ระบบขับเคลื่อนแบบไฮบริดเป็นการรวมเอาระบบท่อส่งน้ำมันเชื้อเพลิง แรงดันไอศัพย์ และระบบไฟฟ้าแรงดันสูง (แบตเตอรี่แรงดันสูง) มาไว้ในแพลตฟอร์มเดียวกัน
- การรวมกันของสองระบบพลังงานที่แตกต่างกันนี้ เพิ่มจุดเสี่ยงต่อการทำงานผิดพลาดทางวิศวกรรมเป็นเท่าตัว ทำให้มีโอกาสเกิดเหตุไม่คาดฝันได้มากกว่า
แม้จะมีการถกเถียงกันว่าสถิตินี้อาจรวมรถยนต์ ICE เก่าที่มีระบบสายไฟเสื่อมสภาพไปเทียบกับ EV ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรถใหม่ แต่ข้อมูลจากประเทศที่มีการใช้ EV อย่างแพร่หลาย เช่น นอร์เวย์ หรือสวีเดน ก็ยังยืนยันในทิศทางเดียวกันว่า EV มีอัตราการเกิดไฟไหม้ต่ำกว่ารถน้ำมันอย่างมีนัยสำคัญ
เกิดยากแต่ดับยาก: ข้อควรรู้เกี่ยวกับไฟไหม้ EV
แม้ว่าสถิติจะชี้ว่ารถยนต์ไฟฟ้าเกิดไฟไหม้ยาก แต่ในทางปฏิบัติการระงับเหตุเมื่อเกิดไฟไหม้ขึ้นแล้ว รถยนต์ไฟฟ้ากลับมีความซับซ้อนและท้าทายมากกว่ารถยนต์ทั่วไป
- ระยะเวลาการลุกไหม้: รถยนต์ไฟฟ้าจะใช้เวลาในการลุกไหม้ยาวนานกว่ารถสันดาป
- การควบคุมเพลิง: ควบคุมได้ยากกว่า เนื่องจากต้องใช้กระบวนการหล่อเย็นอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันการปะทุซ้ำ (Reignition)
- วลีที่สะท้อนสถานการณ์นี้ได้ดีคือ “ไฟรถ EV เกิดยากกว่า แต่ดับยากกว่า”
นี่ไม่ใช่การทำให้ความกังวลหมดไป แต่เป็นการให้ข้อมูลที่รอบด้านแก่ผู้ใช้และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การเติบโตของตลาด EV และความเข้าใจที่ถูกต้อง
รายงานจากทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) และ BloombergNEF ระบุว่า ณ สิ้นปี 2023 ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกสะสมอยู่ที่ประมาณ 40 ล้านคัน และอัตราการเติบโตได้เพิ่มความเร็วขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงปี 2024-2025 โดยเฉพาะในประเทศจีนที่มียอดขายทะลุ 11 ล้านคันในปี 2024 และรถยนต์ EV คิดเป็นสัดส่วนกว่า 50% ของยอดขายรถยนต์ใหม่ในแต่ละเดือนตั้งแต่กลางปี 2024
การเติบโตอย่างรวดเร็วนี้ สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคทั่วโลกเริ่มเปิดใจและเชื่อมั่นในเทคโนโลยี EV มากขึ้นเรื่อยๆ การทำความเข้าใจข้อมูลทางสถิติที่ถูกต้อง ไม่ใช่เพียงแค่ตามกระแส แต่เป็นการตัดสินใจบนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์ข้อมูล จะช่วยให้เรามองเห็นภาพรวมของความปลอดภัยรถยนต์ในยุคใหม่ได้อย่างแท้จริง
สรุปและข้อคิด
ความกลัวเรื่องไฟไหม้รถยนต์ไฟฟ้าเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่เมื่อพิจารณาจากข้อมูลสถิติล่าสุดปี 2024-2025 พบว่ารถยนต์ไฟฟ้า BEV มีความเสี่ยงในการเกิดเพลิงไหม้ต่ำที่สุด ส่วนรถยนต์ไฮบริดกลับมีความเสี่ยงสูงสุด สิ่งสำคัญคือการรับรู้ข้อเท็จจริง และเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์เฉพาะของแต่ละประเภทรถยนต์ เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าเป็นไปอย่างปลอดภัยและมั่นใจ