สายสัมพันธ์สองแผ่นดิน "จีน-ไทย" เดินหน้าพัฒนาบุคลากรด้านรถยนต์ไฟฟ้า
ค้นพบเบื้องหลังความร่วมมืออันแข็งแกร่งระหว่างจีนและไทย ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า พัฒนาบุคลากร และสร้างงานสู่ความยั่งยืนในภูมิภาค
ในยุคที่กระแสยานยนต์ไฟฟ้า (EV) กำลังเข้ามาพลิกโฉมอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก ประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ที่สำคัญของภูมิภาค กำลังเร่งปรับตัวและพัฒนาศักยภาพเพื่อก้าวสู่การเป็น "ฮับ EV แห่งอาเซียน" ความมุ่งมั่นนี้ได้รับการสนับสนุนและผลักดันอย่างแข็งแกร่งผ่าน "สายสัมพันธ์สองแผ่นดิน" ระหว่างไทยและจีน ซึ่งกำลังผนึกกำลังยกระดับการพัฒนาบุคลากรและอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
การประชุมยานยนต์พลังงานใหม่โลก: จุดเริ่มต้นความร่วมมือครั้งสำคัญ
ความร่วมมืออันแข็งแกร่งนี้ได้ถูกเน้นย้ำในการประชุมยานยนต์พลังงานใหม่โลกประจำปี 2026 (World New Energy Vehicle Congress 2026) ที่จัดขึ้น ณ กรุงเทพมหานคร โดย นายว่านกัง ประธานสมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศจีน ได้กล่าวเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่จีนและไทยจะกระชับความร่วมมือในการส่งเสริมการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการ "ยกระดับการทำงานร่วมกันในการฝึกอบรมบุคลากรด้านยานยนต์พลังงานใหม่" ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น บนพื้นฐานอันแข็งแกร่งของความร่วมมือด้านการศึกษาที่มีมาอย่างยาวนาน
การประชุมสองวันนี้ ดึงดูดผู้เข้าร่วมกว่า 300 คนจากอุตสาหกรรมยานยนต์และภาคการศึกษาทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อร่วมหารือแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ในภูมิภาคอย่างสอดประสาน และส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้ก้าวทันความต้องการของตลาดโลก
มิติใหม่แห่งการพัฒนาบุคลากรและอุตสาหกรรม EV
นายจางเจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ได้กล่าวถึงความสำเร็จของความร่วมมือในภาคส่วนยานยนต์พลังงานใหม่ พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงแผนการในอนาคตที่ทั้งสองฝ่ายจะ:
- กระชับความร่วมมือด้านการประสานงานเชิงนโยบาย: เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนและการเติบโตของอุตสาหกรรม
- ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางเทคโนโลยี: แบ่งปันความรู้และนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อยกระดับศักยภาพในการผลิตและพัฒนา
- เสริมสร้างความร่วมมือทางอุตสาหกรรม: ผลักดันให้เกิดการลงทุนและการพัฒนาตลอดห่วงโซ่อุปทาน
เป้าหมายหลักคือการทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ในภูมิภาค เติบโตอย่างมั่นคง มีความยืดหยุ่น และยั่งยืนยิ่งขึ้น
บทบาทสำคัญของไทยและการลงทุนจากจีน
ในมุมมองของไทย นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้ตระหนักถึงศักยภาพของจีนในการพัฒนาพลังงานใหม่และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องซึ่งอยู่ในระดับแนวหน้าของโลก และจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการได้รับการสนับสนุนด้านเทคนิคสำหรับประเทศไทย การกระชับความร่วมมือด้านการพัฒนาบุคลากรผู้มีความสามารถและการส่งเสริมการบูรณาการอุตสาหกรรมและการศึกษาเข้าด้วยกัน จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะขับเคลื่อนไทยไปข้างหน้า
สิ่งที่ยืนยันถึงความมุ่งมั่นของจีนอย่างชัดเจนคือการเข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา บริษัทจีนได้มีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ของไทย ด้วยการเพิ่มการลงทุนทั้งในด้านการผลิตยานยนต์ ระบบนิเวศอุตสาหกรรม และการบ่มเพาะบุคลากร ปัจจุบันมีผู้ผลิตยานยนต์สัญชาติจีนถึง 7 รายที่ตั้งฐานการผลิตในไทย คิดเป็นมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 97,900 ล้านบาท) และสร้างงานให้กับคนในท้องถิ่นนับหมื่นตำแหน่ง ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมของความร่วมมือนี้
ก้าวต่อไปของความร่วมมือที่ยั่งยืน
ความร่วมมือระหว่างจีนและไทยในการพัฒนาบุคลากรและอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ไม่เพียงแต่เป็นการตอบรับกระแสโลก แต่ยังเป็นการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับอนาคตของทั้งสองประเทศ การผสานพลังและประสบการณ์จะนำพาทั้งไทยและจีนไปสู่การเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าในระดับภูมิภาคและระดับโลกอย่างยั่งยืน