เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส โชว์ฟอร์มแกร่ง กำไรพุ่ง 7 ปีซ้อน กวาดรายได้กว่า 9 หมื่นล้านบาท พร้อมเร่งเครื่องสู่ยุค EV เต็มตัว
Bentley Motors โชว์ผลประกอบการ 2568 กำไรพุ่งต่อเนื่อง 7 ปีซ้อน รายได้กว่า 9 หมื่นล้านบาท แม้เผชิญความท้าทาย พร้อมทุ่มลงทุนมหาศาลสู่ยุค EV เต็มตัว
เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส (Bentley Motors) ผู้ผลิตรถยนต์อัลตราลักชูรีระดับโลก สร้างปรากฏการณ์ความสำเร็จครั้งสำคัญอีกครั้ง ด้วยการประกาศผลประกอบการประจำปี 2568 (รายงานผลในเดือนมีนาคม 2569) ที่สะท้อนถึงความแข็งแกร่งและวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกล แบรนด์สามารถทำกำไรต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจมหภาคหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ หรือความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนทั่วโลก พร้อมเดินหน้าลงทุนมหาศาลเพื่อพลิกโฉมโรงงานเตรียมพร้อมรับยุคยานยนต์ไฟฟ้า (BEV) อย่างเต็มกำลัง
ผลประกอบการสุดแกร่ง ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ
แม้ภาพรวมของยอดการส่งมอบรถยนต์ทั่วโลกในปี 2568 จะลดลง 5% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการหดตัวของตลาดในประเทศจีน แต่เบนท์ลีย์กลับสามารถรักษาฐานะทางการเงินได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยกลยุทธ์ที่มุ่งเน้น “คุณภาพมากกว่าปริมาณ” และการตั้งราคาที่เหมาะสม ประกอบกับการผลักดันรถยนต์รุ่นพิเศษ ทำให้รายได้รวมของบริษัทลดลงเพียง 1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
- รายได้รวม: 2.6 พันล้านยูโร หรือประมาณ 90,000 ล้านบาท
- กำไรจากการดำเนินงาน: 216 ล้านยูโร หรือประมาณ 8,000 ล้านบาท
- ผลตอบแทนจากยอดขาย (Return on Sales): อยู่ในระดับน่าประทับใจที่ 8.3%
ตัวเลขเหล่านี้ตอกย้ำถึงความสามารถในการปรับตัวและความเข้าใจตลาดอย่างลึกซึ้งของเบนท์ลีย์ ที่แม้ตลาดบางแห่งจะชะลอตัว แต่ความต้องการยนตรกรรมหรูเฉพาะบุคคลกลับเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะออปชันสั่งทำพิเศษจากแผนก Mulliner ที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่มองหารถยนต์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ตระกูลยานยนต์สุดหรู พร้อมรุกตลาดอนาคต
ปี 2568 ถือเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในไลน์อัปผลิตภัณฑ์ของเบนท์ลีย์ โดย Bentayga Speed ยังคงครองแชมป์รถยนต์อเนกประสงค์สมรรถนะสูงที่ทำยอดขายสูงสุดให้กับแบรนด์ ขณะเดียวกัน เบนท์ลีย์ยังได้เปิดตัว Continental GT และ Flying Spur เจเนอเรชันที่ 4 รวมถึงการเผยโฉม Continental GT Supersports ที่ได้รับความนิยมอย่างถล่มทลาย กวาดยอดจองเต็มโควตา และเตรียมส่งมอบลอตแรกในช่วงปลายปีนี้ แสดงให้เห็นถึงนวัตกรรมและการออกแบบที่ไร้ขีดจำกัด
พลิกโฉมโรงงาน สู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าเต็มตัว
ความสำเร็จด้านผลประกอบการไม่ได้ทำให้เบนท์ลีย์หยุดนิ่ง แบรนด์ยังคงทุ่มเม็ดเงินลงทุนจำนวนมหาศาลเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคตของยานยนต์ไฟฟ้า (BEV) ด้วยการปรับปรุงและสร้างสรรค์โรงงานผลิตรถยนต์ในเมืองครูว์ ประเทศอังกฤษ ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและรองรับเทคโนโลยีแห่งอนาคต
- พัฒนาอาคาร A1: ปรับปรุงอาคารที่เก่าแก่ที่สุดของโรงงานให้ทันสมัย เพื่อรองรับสายการประกอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในอนาคต
- Design Centre แห่งใหม่: เปิดดำเนินการไปแล้วตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2568 ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางด้านการออกแบบและนวัตกรรม เพื่อสร้างสรรค์ยนตรกรรมแห่งอนาคต
- ศูนย์ทำสีรถยนต์แห่งใหม่: เตรียมเปิดให้บริการช่วงปลายปีนี้ ด้วยการนำเสนอเฉดสีให้ลูกค้าเลือกสรรมากกว่า 100 สี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการคัสตอมรถให้มีเอกลักษณ์ ควบคู่ไปกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้ได้มากที่สุด สู่เป้าหมายการเป็นโรงงานปลอดคาร์บอนอย่างแท้จริง
ความมุ่งมั่นในการลงทุนครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของเบนท์ลีย์ในการเป็นผู้นำไม่เพียงแต่ในตลาดรถยนต์อัลตราลักชูรี แต่ยังรวมถึงการเป็นผู้บุกเบิกในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างยั่งยืน
สำหรับผู้ที่สนใจครอบครองยนตรกรรมระดับอัลตราลักชูรีจากเบนท์ลีย์ และต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและข้อเสนอพิเศษได้ที่ เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย โทร. 080-925-9999