หุ้นแบงก์ส้มหล่น! รับอานิสงส์ "รถเก่าแลกใหม่" หนุนสินเชื่อ EV โบรกชี้ KTB-KBANK-BBL ท็อปพิก
วิเคราะห์โอกาสหุ้นแบงก์จากมาตรการ "รถเก่าแลกใหม่" กระตุ้น EV และ Soft Loan โบรกชี้ KTB, KBANK, BBL เป็นหุ้นเด่นรับอานิสงส์สินเชื่อเช่าซื้อ
ตลาดหุ้นไทยกลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อมีสัญญาณบวกจากมาตรการภาครัฐที่เตรียมกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรการ "รถยนต์เก่าแลกซื้อรถยนต์ใหม่" ที่มุ่งเน้นยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และรถยนต์ไฮบริด ซึ่งดูเหมือนจะเป็น "ส้มหล่น" ครั้งใหญ่สำหรับกลุ่ม "หุ้นแบงก์" โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ นักวิเคราะห์จากหลายโบรกเกอร์ต่างมองเห็นโอกาส และได้ชู ธนาคารกรุงไทย (KTB), ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) และธนาคารกรุงเทพ (BBL) เป็นหุ้นเด่นที่น่าจับตา
มาตรการ "รถเก่าแลกใหม่" กุญแจสำคัญกระตุ้นตลาด EV
โครงการ "รถยนต์เก่าแลกซื้อรถยนต์ใหม่" ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีแนวคิดผลักดันนั้น ถือเป็นมาตรการสำคัญในการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และรถยนต์ไฮบริดในประเทศไทย โดยมีหลักเกณฑ์การพิจารณา 2 ประการหลัก:
- ต้องเป็นรถยนต์ที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ: สอดคล้องกับนโยบายการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตตามปริมาณการปล่อยคาร์บอน เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น
- ต้องเป็นรถยนต์ที่ผลิตในประเทศไทยเท่านั้น: เพื่อส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ภายในประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน
มาตรการนี้จะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิ์แบบ First come, first served โดยมีโควตานำร่องที่ 10,000 - 20,000 คัน ซึ่งรัฐบาลจะอุดหนุนเงินตรงไปยังผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อนำไปเป็นส่วนลดราคาขายรถยนต์ใหม่ให้แก่ผู้ซื้อโดยตรง นับเป็นการกระตุ้นกำลังซื้ออย่างเห็นผล
กระทรวงการคลังเสริมทัพด้วย Soft Loan ดอกเบี้ยต่ำ
นอกเหนือจากการอุดหนุนโดยตรงแล้ว กระทรวงการคลังยังได้เตรียมมาตรการคู่ขนาน โดยให้สถาบันการเงินของรัฐออก แพ็กเกจสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า หนึ่งในนั้นคือธนาคารออมสิน ที่เตรียมวงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำไว้ถึง 5,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการปล่อยสินเชื่อสำหรับการติดตั้งโซลาร์เซลล์ และการเปลี่ยนรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปเป็นรถยนต์ EV
รายละเอียดของสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำนี้กำหนดวงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 2 ล้านบาทต่อราย ระยะเวลากู้สูงสุด 5 ปี โดยธนาคารออมสินจะปล่อยกู้ให้กับธนาคารพาณิชย์และ Non-Banks ในอัตราดอกเบี้ยเพียง 0.01% ต่อปี ซึ่งสถาบันการเงินเหล่านี้จะนำไปปล่อยกู้ต่อให้ประชาชนในอัตราดอกเบี้ยที่น่าดึงดูด คือไม่เกิน 3.5% ต่อปี สำหรับปีที่ 1-2 และไม่เกิน 5% ต่อปี สำหรับปีที่ 3-5 ถือเป็นโอกาสทองสำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนรถยนต์เป็น EV ด้วยภาระดอกเบี้ยที่ผ่อนปรน
"หุ้นแบงก์" รับอานิสงส์เต็ม ๆ จากยอดสินเชื่อเช่าซื้อที่พุ่งขึ้น
บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มีมุมมองที่เป็นบวกอย่างมากต่อประเด็นนี้ โดยคาดการณ์ว่ามาตรการ "รถเก่าแลกใหม่" และสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยส่งเสริมให้กลุ่มธนาคารพาณิชย์สามารถปล่อย สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ ได้เพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับรถยนต์ EV ที่กำลังมียอดขายเติบโตอย่างก้าวกระโดดในปัจจุบัน ซึ่งจะส่งผลดีโดยตรงต่อธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์และภาพรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์
แม้ว่าธนาคารอย่าง TISCO และ KKP จะมีสัดส่วนสินเชื่อเช่าซื้อสูงถึง 44% ของสินเชื่อรวม รองลงมาคือ TTB ที่ 28%, BAY 20% และ SCB 6% แต่ บล.ดาโอ ยังคงให้น้ำหนักการลงทุนในกลุ่มธนาคาร "มากกว่าตลาด" โดยได้เลือก ธนาคารกรุงไทย (KTB), ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) และธนาคารกรุงเทพ (BBL) เป็นหุ้นเด่น (Top Pick) ที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากมาตรการนี้อย่างเต็มที่ เนื่องจากมีศักยภาพในการขยายสินเชื่อและฐานลูกค้า
โดยสรุป มาตรการ "รถเก่าแลกใหม่" ควบคู่กับ Soft Loan ดอกเบี้ยต่ำจากภาครัฐ ไม่เพียงแต่เป็นการขับเคลื่อนประเทศสู่สังคมคาร์บอนต่ำ แต่ยังเป็นโอกาสทองที่กำลังจะเกิดขึ้นกับกลุ่ม "หุ้นแบงก์" ในประเทศไทย โดยเฉพาะธนาคารที่มีความพร้อมและแข็งแกร่งในธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อ ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเติบโตของผลประกอบการในระยะต่อไป นักลงทุนจึงไม่ควรมองข้ามโอกาสดี ๆ เช่นนี้