เจาะลึกตลาดรถยนต์และธุรกิจอะไหล่ยานยนต์ในออสเตรเลีย: โอกาสและความท้าทาย
สำรวจตลาดรถยนต์ออสเตรเลีย อนาคต EV อะไหล่ และผลกระทบนโยบาย NVES ที่จะกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์ในแดนจิงโจ้
ตลาดรถยนต์ในออสเตรเลียเป็นหนึ่งในตลาดที่น่าจับตา ด้วยจำนวนประชากรที่นิยมการขับขี่รถยนต์ส่วนตัว ทำให้ความต้องการรถยนต์และอะไหล่ชิ้นส่วนยังคงมีบทบาทสำคัญ บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจภาพรวมของตลาด ตั้งแต่สถานการณ์ยอดขายรถยนต์ ปัจจัยขับเคลื่อน ไปจนถึงนโยบายภาครัฐที่มีผลต่ออนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์ในแดนจิงโจ้
ภาพรวมตลาดรถยนต์ออสเตรเลีย
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ออสเตรเลียมีการซื้อรถยนต์ใหม่เฉลี่ยมากกว่า 1 ล้านคันต่อปี อย่างไรก็ตาม ตลาดรถยนต์ใหม่เริ่มเข้าสู่ช่วงขาลงตั้งแต่ปลายปี 2560 เนื่องจากการปิดตัวลงของโรงงานผลิตรถยนต์ในประเทศ และในปี 2563 วิกฤตการณ์โควิด-19 ทำให้ยอดขายรถยนต์ใหม่ลดลงต่ำกว่า 1 ล้านคันเป็นครั้งแรก ส่งผลให้ตลาดรถยนต์มือสองคึกคักขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
หลังการเปิดพรมแดน ยอดขายรถยนต์ใหม่ในออสเตรเลียก็ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ความต้องการทั้งจากภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจสูงกว่าปริมาณรถยนต์ที่มีจำหน่ายในตลาดอย่างมาก ปัญหานี้เกิดจากความล่าช้าในการขนส่งและการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ในการผลิต สำหรับปี 2568 แบรนด์รถยนต์ยอดนิยม 5 อันดับแรก ได้แก่ Toyota (19.8%), Ford (7.8%), Mazda (7.6%), Kia (6.8%) และ Hyundai (6.4%)
ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในออสเตรเลีย
รถยนต์ไฟฟ้ากำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องในออสเตรเลีย โดยในปี 2568 มียอดขายรวม 103,269 คัน เพิ่มขึ้น 13.1% และคิดเป็น 8.3% ของยอดขายรถยนต์ใหม่ทั้งหมด แบรนด์ EV ที่ได้รับความนิยมสูงสุด ได้แก่ Tesla, BYD, Kia, MG และ BMW อย่างไรก็ตาม การเติบโตของ EV ยังคงถูกจำกัดด้วยปัจจัยสำคัญหลายประการ:
- ราคาสูง: รถยนต์ไฟฟ้าส่วนใหญ่ยังมีราคาสูงกว่ารถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน
- โครงสร้างพื้นฐาน: การรองรับของสถานีชาร์จยังไม่ครอบคลุมเพียงพอ
- ความเชื่อมั่นของผู้บริโภค: ความกังวลเกี่ยวกับระยะทางการขับขี่และอายุการใช้งานแบตเตอรี่
นโยบายภาครัฐกับการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม
รัฐบาลออสเตรเลียมีความมุ่งมั่นในการลดการปล่อยมลพิษในอากาศ โดยตั้งเป้าลดลง 43% ภายในปี 2573 และบรรลุเป้าหมายการปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ภายในปี 2593 เนื่องจากมลพิษจากยานยนต์มีสัดส่วนประมาณ 60% ของมลพิษจากภาคคมนาคมขนส่ง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ รัฐบาลได้ประกาศใช้ New Vehicle Efficiency Standard (NVES) ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568
NVES เป็นมาตรฐานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขั้นต่ำสำหรับรถยนต์ใหม่ที่จำหน่ายในตลาดออสเตรเลีย โดยจะจำกัดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์โดยเฉลี่ยของผู้ผลิตรถยนต์แต่ละราย และกำหนดค่าปรับ 50-100 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อกรัมที่เกินขีดจำกัดต่อกิโลเมตร ซึ่งจะกระตุ้นให้ผู้ผลิตรถยนต์:
- เพิ่มกำลังการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า
- พัฒนาประสิทธิภาพเครื่องยนต์สำหรับรถยนต์พลังงานเชื้อเพลิงให้ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระดับต่ำ
ผู้ที่นำเข้ารถยนต์มายังออสเตรเลียจะต้องปฏิบัติตามมาตรฐาน NVES ซึ่งในปี 2569 รถยนต์ทั่วไปและ SUV จะต้องมีอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไม่เกิน 117 กรัมต่อกิโลเมตร และอัตรานี้จะถูกปรับลดลงอย่างต่อเนื่องในแต่ละปี
บทสรุป
ตลาดรถยนต์และอะไหล่ในออสเตรเลียกำลังเผชิญกับช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทั้งจากความผันผวนของอุปสงค์และอุปทาน การเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงนโยบายภาครัฐที่มุ่งสู่ยานยนต์สีเขียว ผู้ประกอบการและนักลงทุนควรจับตาแนวโน้มเหล่านี้ เพื่อคว้าโอกาสและเตรียมรับมือกับความท้าทายในอนาคตของตลาดออสเตรเลีย